ย่ำหิมะ…ฝ่าหนาว…ใน... ฮอกไกโด

หมวดหมู่: REVIEW /รีวิว

 

 

 

ย่ำหิมะ…ฝ่าหนาว…ใน... ฮอกไกโด


หากพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นแล้ว หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่อยู่ในใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยจะต้องมี “เกาะฮอกไกโด” (Hokkaido) รวมอยู่ด้วยแน่นอน เพราะความสวยงามของทัศนียภาพบนเกาะฮอกไกโดที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวมาแล้วมากมาย

 

เมืองที่เราได้ไปเยือนในครั้งนี้นับว่ายังเป็นเมืองน้องใหม่ที่ชื่ออาจยังไม่คุ้นหูคุ้นตานักท่องเที่ยวชาวไทยมากนัก จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่เราจะนำมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้สัมผัสก่อนใคร 

เราเดินทางมาถึงสนามบินชิโตเซะในช่วงเช้า จากนั้นพวกเราใช้เวลาเดินทางต่อไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งโดยรถบัสเพื่อเดินทางไปยัง “เมืองโทกะชิ” (Tokachi) ตลอดสองข้างทางเราได้พบกับภาพของหิมะขาวโพลน และด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นภายใต้อุณหภูมิติดลบเราจึงไม่ค่อยได้เห็นผู้คนออกมาเดินตามถนนมากนัก 

 

เดินทางไปถึงเมืองโทกะชิในช่วงเย็นและเนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาวท้องฟ้าจึงมืดเร็วกว่าปกติ แค่เพียงเวลา 16.00 น. แสงแดดก็ลาลับท้องฟ้าแล้วจึงเช็คอินกันที่ “โรงแรมฟูซุย” (Hotel Fusui) ซึ่งนับเป็น 1 ใน 10 ของโรงแรมที่มีชื่อเสียงด้านออนเซนของเมืองนี้ และยังมีทำเลที่ตั้งสวยๆ ริมทะเลสาบอีกด้วย เมืองโทกะชิเป็นอีกเมืองที่น่าสนใจไม่น้อยเลยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอากาศหนาวเย็นแบบสุดขั้ว และเราจะได้สัมผัสกับความสวยงามของเมืองนี้ในช่วงเช้าของวันถัดไป

 

 
LAKE SHIKARIBETSU ทะเลสาบที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดของเกาะ

ภายใต้อากาศอันหนาวเย็นที่อุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียสเมื่อเปิดหน้าต่างห้องพักเราก็ได้พบกับภาพของ “ทะเลสาบชิคะริเบตสึ” (Lake Shikaribetsu) ทะเลสาบที่สวยงามอยู่ใน “อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึ” (Daisetsu National Park) และตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้งหมดบนเกาะฮอกไกโด เราจึงมีโอกาสได้ชมทัศนียภาพในมุมที่สูงกว่าทะเลสาบทั่วไป โดยในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์บริเวณทะเลสาบแห่งนี้จะมีอุณหภูมิลดต่ำถึงประมาณ -30 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว น้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด

 


ผืนทะเลสาบน้ำแข็งที่กลายเป็นน้ำแข็งจะถูกจัดเป็นลานกิจกรรมท้าความหนาวเย็นมากมาย รวมทั้งการสร้าง “หมู่บ้านน้ำแข็งแบบเอสกิโม” (Igloo Village) มีการสร้างบาร์เครื่องดื่มโดยการใช้น้ำแข็งให้นักท่องเที่ยวได้นั่งจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว และสร้างบ่อออนเซนให้นักท่องเที่ยวได้เปิดประสบการณ์แช่ออนเซนกลางแจ้ง ซึ่งหากนักท่องเที่ยวจากเมืองร้อนอย่างบ้านเราได้มีโอกาสไปสัมผัสกับความหนาวเย็นแบบสุดขั้วที่พร้อมไปด้วยกิจกรรมท้าหนาวมากมายเช่นนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจไปอีกนาน


SHIKAOI RIDING PARK ฟาร์มม้าเมืองหนาว

หลังจากเก็บความประทับใจที่ทะเลสาบชิคะริเบตสึมาแล้ว ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเพื่อเดินทางไปยัง “ฟาร์มม้าชิคาโออิ” (Shikaoi Riding Park) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราจะได้มาขี่ม้าชมวิวหิมะกัน ม้าที่ฟาร์มแห่งนี้จะมีรูปร่างสูงใหญ่และมีขนยาวหนากว่าม้าที่เห็นในบ้านเรามากทีเดียว

 

เราได้ลองขึ้นขี่บนหลังม้ากันอย่างกระท่อนกระแท่นด้วยความไม่คุ้นเคยแต่ก็นับได้ว่าเป็นอีกกิจกรรมที่สร้างสีสันให้ไม่น้อย เพราะเพียงแค่ได้มีโอกาสเก็บภาพสวยบนหลังม้าเมืองหนาวก็เป็นเรื่องสนุกแล้ว ตลอดระยะเวลาที่นั่งบนหลังม้าจะมีเจ้าหน้าที่เดินจูงม้าของเราไปด้วยกันตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย กิจกรรมขี่ม้าชมหิมะของที่นี่จะทำได้ในช่วงที่มีปริมาณหิมะหนามากพอเท่านั้น เพราะหากมีหิมะน้อยเกินไปอาจทำให้สนามลื่นและเกิดอุบัติเหตุได้ ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมมากกับกิจกรรมนี้

 


หลังจากนั้นในช่วงเวลาบ่าย  ได้มีโอกาสลองทานเมนูที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองโทกะชิ คือ “บูตะด้ง” (Butadon) หรือข้าวหน้าหมู ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอะบิฮิโระ (Obihiro) ด้วยความที่เป็นเมนูยอดนิยมทำให้เมืองนี้มีร้านข้าวหน้าหมูมากกว่า 200 ร้าน เมื่อเราได้ลองทานบูตะด้งแล้วก็ต้องยอมรับในความอร่อยของเนื้อหมูนุ่มติดมันที่ย่างจนมีกลิ่นหอมพร้อมราดด้วยซอสที่มีรสชาติเค็มหวานในสัดส่วนที่ลงตัวทานกับข้าวสวยร้อนๆ นับเป็น Must Eat หนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาดของการมาเยือนเมืองโทกะชิเลยทีเดียว

 



ASAHIKAWA เมืองที่หนาวเย็นที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

 

จุดหมายปลายทางต่อไปคือการเดินทางไปยัง “เมืองอะซาฮิกาว่า” (Asahikawa) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเกาะฮอกไกโดรองจากซัปโปโร และยังเป็นเมืองที่มีการบันทึกไว้ว่า มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยมีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1902 ว่าเมืองอะซาฮิกาว่าเคยมีอุณหภูมิติดลบถึง -41 องศาเซลเซียส และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีเมืองใดในญี่ปุ่นสามารถลบสถิติหนาวเย็นนี้ลงได้

 

ใช้เวลานั่งรถกันประมาณ 3 ชั่วโมงก็มาถึงที่หมายในช่วงเย็น เมื่อมาถึงเมืองนี้เราได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นสมคำร่ำลือที่แม้จะไม่ถึง -41 องศาเซลเซียสแต่ก็ถึงขั้น -1 ถึง -18 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่าหนาวถึงใจจริงๆ ค่ำคืนนั้นเราเข้าพักที่ “Asahiyama Washington Hotel” ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้า Aeon ที่เหมาะมากสำหรับนักช้อปชาวไทยที่เพียงแค่ข้ามไปอีกฝั่งถนนก็สามารถช้อปปิ้งในห้างดังได้อย่างสบายใจ




ASAHIYAMA ZOO
สวนสัตว์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น

 

“สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า” (Asahiyama Zoo) สวนสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่นและมีผู้คนเข้าชมแล้วกว่า 3 ล้านคนจากทั่วโลก โดยสวนสัตว์แห่งนี้จัดและออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับธรรมชาติ ทำให้ผู้เข้าชมได้มีโอกาสชมชีวิตสัตว์ต่างๆ ที่ดูมีชีวิตชีวากันอย่างใกล้ชิด มีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 820 เยน ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าชมฟรี
สวนสัตว์อาซาฮิยาม่ามีสัตว์ให้เราชมมากมายกว่า 800 ตัว สัตว์ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ คือ หมีขั้วโลกเหนือ แมวน้ำ และนกเพนกวิน ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของการเข้าชมสวนสัตว์แห่งนี้ก็คือขบวนพาเหรดนกเพกวินที่เดินอวดโฉมไปตามถนนสายยาวให้เราชมในระยะใกล้มากขนาดเอื้อมมือถึงกันเลยทีเดียว นับเป็นโชว์ที่เรียกเสียงฮือฮาและเรียกรอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้มากมาย

 


OTARU
เมืองยอดฮิตของฮอกไกโด

ก็เริ่มเดินทางต่อไปยัง “เมืองโอตารุ” (Otaru) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง จนเมื่อมาถึงก็เริ่มเห็นผู้คนตามท้องถนนหนาตามากขึ้น สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นแต่ก็ไม่มากเท่ากับ 2 เมืองที่เราเพิ่งจากมา เราเดินเท้าชมชีวิตผู้คนในยามเย็นเลียบคลองย่าน “คลองโอตารุ” (Otatu Canal) 

มุ่งไปยัง “พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี” (Otaru Music Box Meseum) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1912 นับเป็นพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นและมีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมโบราณอย่างมาก บริเวณด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์มี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ” (Steam Clock Tower) ที่สร้างในสไตล์อังกฤษ ซึ่งนาฬิกาไอน้ำโบราณปัจจุบันมีหลงเหลืออยู่เพียง 2 เรือนสุดท้ายบนโลกเท่านั้นคือชิ้นนี้และอีกชิ้นหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา และถึงแม้นาฬิกาไอน้ำที่เมืองโอตารุจะเก่าแก่มากแต่ก็ยังใช้งานได้ตามปกติ โดยทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีการพ่นไอน้ำออกมานาน 15 นาทีซึ่งได้กลายเป็นสีสันที่เพิ่มขึ้นของนาฬิกาไอน้ำโบราณชิ้นนี้ไปแล้ว

 

 

 


SHIROI KOIBITO PARK
ธีมพาร์คที่นักท่องเที่ยวต้องไป

หลังจากนั้นไม่ไกลกัน เราเดินทางต่อไปยัง “สวนชิโรอิ โคอิบิโตะ” (Shiroi Koibito Park) สวนสวยที่ตกแต่งให้มีเอกลักษณ์เฉพาะของโรงงานช็อกโกแลตอิชิยะ (Ishiya Chocolate Factory) ผู้ผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นซึ่งมีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่างคุกกี้ชิโรอิ โคอิบิโตะและคุกกี้เนยสอดไส้ไวท์ช็อกโกแลตที่เป็นของฝากยอดนิยมจากเกาะฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยว
ตัวอาคารสร้างในสไตล์ยุโรป ประดับประดาด้วยไฟหลากสีสวยงามในยามค่ำคืน ซึ่งนอกจากจะมีสินค้าภายใต้แพ็กเกจน่ารักสไตล์ญี่ปุ่นที่น่าซื้อกลับเป็นของฝากแล้ว ยังมีคาเฟ่ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งกินขนมพร้อมจิบกาแฟไปด้วย มีห้องแสดงของเล่นโบราณ ห้องแสดงเครื่องเสียงโบราณและสวนดอกไม้นานาพันธุ์อีกด้วย สวนชิโรอิ โคอิบิโตะเก็บค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 600 เยน และสำหรับเด็ก 200 เยน

 


TANUKI KOJI
ถนนสายช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโด

 


และอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยพลาดไม่ได้คือย่านช้อปปิ้ง ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับเราแวะช้อปปิ้งที่ “ย่านทานุคิ โคจิ” (Tanuki Koji) ถนนคนเดินที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโด นี่เป็นสวรรค์ของนักช้อปเลยทีเดียว เพราะมีร้านค้ามากมายให้เลือกจับจ่ายกว่า 200 ร้าน เรียงรายไปตามถนนที่มีความยาวกว่า 900 เมตร แบ่งออกเป็น 7 บล็อก มีทั้งของกิน ของฝาก เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ร้านอาหารครบครัน และยังมีร้าน “ดองกิโฆเต้” (Don Quijiote) ร้านดิสเคาน์สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ แถมสาขานี้ยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และนักท่องเที่ยวยังสามารถซื้อสินค้าแบบปลอดภาษีได้อีกด้วย นับเป็นแหล่งละลายทรัพย์ก่อนกลับบ้านได้อย่างดี

 

เมื่อเต็มอิ่มกับการท่องเที่ยวและการช้อปปิ้งแล้ว เราก็เดินทางกลับกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น ทริปนี้ถือเป็นการสำรวจเส้นทางสายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ยังรู้จักฮอกไกโดไม่มากนักได้ไปค้นหาเพื่อเปิดประสบการณ์ย่ำหิมะฝ่าความหนาวจับใจในเกาะฮอกไกโดที่น่าประทับใจที่สุด

 

การเดินทางครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย “การท่องเที่ยวฮอกไกโด” ร่วมกับสายการบิน “Asia Atlantic Airlines” ที่บินตรงสู่สนามบินชิโตเซะ บนเกาะฮอกไกโด และคณะเดินทางก็ได้รับการดูแลอย่างดีจาก “บริษัท ซันสไมล์ ฮอลิเดย์ แอนด์ ทราเวล จำกัด”

 


Special Thanks
Sun Smile Holidays & Travel
www.sunsmileholiday.com
Call Center : 02 276 9898
Hotline : 082 327 3388, 082 327 3399, 081 856 6830

 

 

13 มีนาคม 2017

ผู้ชม 2678 ครั้ง