ดูบทความพาเที่ยวคาโกชิมะ ตอนที่ 2 ท่องป่าเกาะยาคุชิมะ แวะเที่ยวอิบุซึกิ

พาเที่ยวคาโกชิมะ ตอนที่ 2 ท่องป่าเกาะยาคุชิมะ แวะเที่ยวอิบุซึกิ

หมวดหมู่: REVIEW /รีวิว

พาเที่ยวคาโกชิมะ ตอนที่ 2 ท่องป่าเกาะยาคุชิมะ และ....เมืองอิบุซึกิ

ต่อจากตอนที่แล้ว [พาเที่ยวคาโกชิมะ ตอนที่ 1 เกาะซากุระจิมะ] ตอนนี้เรายังเที่ยวกันต่อที่จังหวัดคาโกชิมะ เมืองทางใต้ของญี่ปุ่นและภูมิภาคคิวชู แต่คราวนี้เราจะนั่งเรือข้ามไปยังเกาะยาคุชิมะ เกาะที่ยังสมบูรณ์พร้อมด้วยธรรมชาติ จะพาไปเดินป่า ชมน้ำตก และวิวสวยๆ ของเกาะนี้ พร้อมกันรึยังคะ

เกาะยาคุชิมะ (Yakushima Island) เป็นหนึ่งในเกาะใหญ่ของคาโกชิมะ ด้วยภูเขาสูงกว่า 40 ลูกที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เก่าแก่หนาทึบทำให้พื้นที่ในเกาะนี้ได้ยกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี 1993 การท่องเที่ยวที่นิยมที่นี่คือการนั่งรถเข้าไปในเขตอนุรักษ์ ชมธรรมชาติ และแลนด์มาร์กตามรายทาง จากท่าเรือเมืองคาโกชิมะ เราขึ้นเรือเพื่อเดินทางไปยังเกาะยาคุชิมะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที เหมือนจะนานแต่เรือที่นั่งนั้นนิ่มและนิ่งแถมที่นั่งก็ใหญ่และนุ่ม นอนได้สบายๆ เลย ทำให้รู้สึกเหมือนแปบเดียวก็ถึงแล้ว ท่าเรือเกาะยาคุชิมะในเดือนมิถุนายนนั้นเงียบสงบและเย็นสบาย ชื้นหน่อยๆ เพราะกำลังเข้าสู่ฤดูฝน แต่ก็ทำให้ต้นไม้ดูเขียวและชุ่มช่ำ

จากท่าเรือเรานั่งรถเพื่อไปยังจุดหมายแรกคือ "ชายหาดนากาตะ" (Nagata Beach) ชายหาดที่นอกจากจะมีทรายสีขาวสะอาดสวยๆ แล้วที่นี่ยังเป็นที่ๆ น่าสนใจด้วยว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่เต่าทะเลจะพากันมาวางไข่กันเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี (มากติดอันดับต้นๆ ในเอเชียเลยด้วย) ซึ่งในช่วงนี้บริเวณชายหาดจะปิดในตอนกลางคืนเพื่อป้องกันการรบกวนเต่าทะเลที่มาวางไข่ แต่หากใครสนใจก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อมาสังเกตการณ์ในตอนกลางคืนได้ค่ะ

เรานั่งรถกันต่อเข้าไปยังเขตอุทยานแห่งชาติเพื่อไปชมน้ำตกขึ้นชื่อของที่นี่ "น้ำตกโอโกะ" (Ohko Waterfall) แต่ระหว่างทางเรายังได้ชมธรรมชาติของป่าที่ได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลก รายทางเราจะได้เห็นลิงและกวางตัวเล็กตัวใหญ่มากมายที่จะมาเดินเล่นหากินตามข้างทางแบบไม่กลัวคนเลยแม้แต่น้อย
เกาะยาคุชิมะนั้นมีป่าที่สมบูรณ์ที่มีน้ำตกมากมาย "น้ำตกโอโกะ" เป็นน้ำตกสูงขนาดใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะยาคุชิมะ แถมติดอันดับ 1 ใน 100 น้ำตกที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วย น้ำตกโอโกะสูงถึง 88 เมตร ไหลลงมาจากผาหินสูง ดูยิ่งใหญ่แม้ดูจากไกลๆ พอเข้าไปใกล้น้ำตกก็จะได้ยินเสียงน้ำตกที่ดังมาก และละอองน้ำจากน้ำตกยิ่งทำให้รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของน้ำตกนี้ ไม่ต้องพูดถึงความสวยและน่าทึ่งของธรรมชาติโดยรอบของน้ำตกแห่งนี้ ทำให้น้ำตกโอโกะติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเกาะยาคุชิมะโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน

เกาะยาคุชิมะเป็นเกาะที่มี "ต้นสนซีดาร์" (Cedar) เป็นจำนวนมาก และเป็นเกาะที่เคยเป็นแหล่งส่งออกต้นสนซีดาร์จำนวนมาก ต้นสนซีดาร์เป็นไม้พันธุ์ใหญ่และมีอายุยืนยาวนับพันปี เราสามารถไปดูประวัติของต้นสนซีดาร์ได้ที่ "พิพิธภัณฑ์ยาคุซุกิ" (Yakusugi Museum) หรือพิพิธภัณฑ์ต้นสนซีดาร์เกาะยาคุชิมะ ที่นี่มีจัดแสดงให้ความรู้ ให้เราได้รู้จักต้นสนซีดาร์มากขึ้น มีแสดงชิ้นส่วนของต้นสนซีดาร์เก่าแก่อายุกว่า 1,600 ปี ประวัติศาสตร์ของป่าไม้เกาะยาคุชิมะ จัดแสดงต้นสนซีดาร์จากหลากหลายสถานที่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากสนซีดาร์
ถ้าหากชมแค่ในพิพิธภัณฑ์ยังไม่พอ ห่างออกไปประมาณ 30 นาทีจะมี "ยาคุซุกิแลนด์" (Yakusugi Land) เส้นทางเดินป่าที่นอกจากจะได้ชมธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบสุดๆ ยาคุซุกิแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของเขตอุทยาน โดดเด่นตรงที่เป็นเส้นทางชมต้นสนซีดาร์เก่าแก่หลายพันธุ์ที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ 1,000 ปีไปจนถึง 3,000 ปีเลยทีเดียว และยังโบนัสให้ด้วยกับบรรยากาศแสนสดชื่น ออกซิเจนแบบเต็มๆ ที่ยาคุซุกิแลนด์นี้มีเส้นทางให้เลือกเดินหลายแบบมีทั้งระยะ 30 นาที 50 นาที 80 นาที ไปจนถึง 150 นาทีเลย

มาถึงเกาะยาคุชิมะ กิจกรรมที่ต้องทำให้ได้ก็คือ "เดินป่า" เส้นทางยาคุซุกิแลนด์แม้จะดูแล้วน่าทึ่งด้วยต้นสนซีดาร์โบราณ แต่เส้นทางที่ต้องลองจริงๆ ก็คือ "เส้นทางหุบเขาชิราทานิ อุนซุยเคียว" (Shiratani Unsuikyo Ravine) เส้นทางนี้จะเดินลึกเข้าไปในหุบเขา สวยงามด้วยวิวของน้ำตกที่เลียบตลอดทาง ต้นสนซีดาร์ มอส และเฟิร์น เส้นทางเดินป่าชิราทานิ อุนซุยเคียวนี้จะมีให้เลือกตั้งแต่เส้นทาง 2 กิโลเมตร ที่ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง เส้นทาง 4 กิโลเมตร และ 5.6 กิโลเมตรที่ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนจะมาเดินป่านั้นแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์ทั้งรองเท้าเดินป่า เสื้อผ้าให้พร้อม เพราะยิ่งลึกเส้นทางจะเดินลำบากและขรุขระ แต่วิวที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอน

มีอีกมากมายบนเกาะยาคุชิมะที่น่าสนใจและน่าเที่ยวมากมาย แต่เมืองอิบุซึกิ (Ibusuki) ที่เป็นจุดหมายถัดไปในทริปนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน จากเกาะยาคุชิมะเรานั่งเรือประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็ถึงเมืองอิบุซึกิแล้ว เมืองอิบุซึกิเหมาะสำหรับการมาพักร้อนตากอากาศ เหมาะที่จะมาผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจจากการทำงาน เพราะที่อิบุซึกิมีทั้งแหล่งออนเซ็นและแหล่งอบทรายร้อนธรรมชาติที่ขึ้นชื่อมาก และเป็นกิจกรรมที่อยากแนะนำมาก
เริ่มกันที่ออนเซ็นร้อนๆ ที่ "ออนเซ็นทามาเทบาโกะ" นอกจากจะได้แช่ออนเซ็นแล้วยังได้ชมวิวสวยๆ ของทะเลเมืองอิบุซึกิด้วย นอกจากที่นี่ยังมีออนเซ็นอีกมากมายกระจายอยู่ทั่วเมืองอิบุซึกิให้ได้เลือกได้ลองแช่กัน และ "บ่ออบทรายร้อน" ก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าลองไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่นี่เป็นบ่อทรายที่ได้ความร้อนธรรมชาติ ที่ริมชายฝั่งเมืองอิบุซึกิมีแหล่งอบทรายที่บรรยากาศดีมากๆ เพราะระหว่างที่นอนอบทรายก็จะได้ลมทะเลเย็นๆ และวิวที่ไม่แพ้ที่ไหน

เคยสงสัยมั้ยคะว่า สถานีรถไฟนั้นเริ่มที่ตรงไหน และตรงไหนเป็นสถานีสุดท้าย วันนี้มีคำตอบมาให้ 1 คำตอบของ 2 คำถามนั้นคะ ว่าตรงไหนเป็นสถานีสุดท้าย สำหรับประเทศญี่ปุ่นนี้สถานีสุดท้ายทิศใต้สุดคือ "สถานีเจอาร์ นิชิโอยาม่า" และสถานีนี้ตั้งอยู่ในเมืองอิบุซึกินี้เองคะ จากสถานีนี้เราจะเห็นภูเขาไฟไคมงตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า และทุ่งสีเขียวกว้างสุดลูกหูลูกตา เป็นอีกหนึ่งภาพที่ต่างไปจากสถานีรถไฟที่พลุกพล่านด้วยผู้คนที่เห็นปกติ

ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน การสรรหาของกินอร่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนต่างตั้งตารอจริงมั้ยคะ แน่นอนว่าที่อิบุซึกิก็มีของอร่อยแถมวิธีการกินยังสนุกอีกด้วยกับ "โทเซ็นเคียว โซเม็ง นางาชิ" เป็นเส้นหมี่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "โซเม็ง" แต่วิธีการกินของที่นี่คือ นำเส้นโซเม็งลงไปไหลในน้ำแร่เย็นเจี๊ยบที่ไหลมาจากบนเขา ก่อนนำขึ้นจากน้ำแล้วนำไปจุ่มน้ำซอส วิธีการกินง่ายและสนุก ต้องลองไปทานกันนะคะ

จังหวัดคาโกชิมะนั้นยังมีอีกมากให้ได้ไปเที่ยว ไปลองค้นหากันดูนะคะ

 

สนับสนุนการเดินทางโดย

www.thaiairways.com

 

29 มิถุนายน 2016

ผู้ชม 2453 ครั้ง