เที่ยว Tokyo Nagano Yokohama

หมวดหมู่: REVIEW /รีวิว

เรียกได้ว่ากระแสท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้นฮิตติดลมบนแบบไม่ลงง่ายๆ มาสักพักแล้ว เราก็จะได้เห็นภาพของญี่ปุ่นในแบบของเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า หรือฮอกไกโดกันบ่อยๆ Say Hi Japan ตอนนี้เลยอยากจะนำเสนอถึงการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในมุมแปลกใหม่ออกไปบ้าง ไปยังเมืองที่แม้จะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ก็จะทำให้ทุกคนที่ได้ไปเยือนได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นในแบบคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

เส้นทางท่องเที่ยวที่อยากจะนำเสนอในครั้งนี้ จะเป็นเส้นทางที่สามารถเที่ยวได้แบบครบรสชาติ ทั้งช้อปปิ้งในเมือง ทั้งชมบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบ เส้นทางง่ายๆ เดินทางสะดวกไม่เหนื่อยแต่คุ้มค่าแน่นอน เส้นทางที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ร่วมกับ THAI Airways ได้พาคณะแฟมทริปบินลัดฟ้าไปให้ได้ลองสัมผัสกันถึงที่ ดันกันขนาดนี้ อยากรู้แล้วใช่มั้ยคะว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง อย่ารอช้าค่ะคอลัมน์นี้เราพร้อมใจนำเสนอเส้นทาง นากาโนะ-โยโกฮาม่า-โตเกียว

ออกเดินทางจากท่าอากาศสุวรรณภูมิกับสายการบิน การบินไทย (THAI Airways) นั่งสบาย นอนเต็มที่ อาหารเต็มอิ่ม แป๊บเดียวก็ถึงสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) แล้ว สำหรับไฟล์บินจากสุวรรณภูมิมายังฮาเนดะของการบินไทยนั้นมีทุกวัน สะดวกมาก ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่มีไฟลท์บิน แถมมาถึงฮาเนดะก็เป็นเวลาเช้าพอดี ได้เริ่มกิจกรรมของวันใหม่ไปเลย ไม่เสียเวลาสำหรับคณะเดินทาง เมื่อออกจากสนามบินฮาเนดะก็ได้ต่อรถบัสเพื่อไปยังสถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo Station) เพื่อมาต่อรถไฟชินคันเซ็นไปยังจุดหมายแรกของการเดินทางซึ่งก็คือ จังหวัดนากาโนะ (Nagano) ระหว่างที่รอรถไฟก็เดินเล่นไปรอบๆ ที่สถานีโตเกียวถ้าเดินลงไปชั้นใต้ดินจะเป็นโซนร้านค้าชื่อ “First Avenue Tokyo Station” มีร้านค้ามากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆ แต่ต้องคอยดูเวลานะคะ ถ้าเดินเพลินนี่ตกรถไฟไม่รู้ตัว เมื่อขึ้นรถไฟเก็บของและนั่งตามที่นั่งที่ระบุในตั๋วเรียบร้อยแล้วก็นอนพักได้เลย เพราะจากสถานีโตเกียวไปจังหวัดนากาโนะ เราต้องลงที่ “สถานีรถไฟนากาโนะ” ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที และถึงจะเป็นรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูงก็จริง แต่บอกเลยว่านิ่งมาก นอนสบายไปเลย

 

Zenkoji Temple

 

เมื่อมาถึงจังหวัดนากาโนะ ที่แรกที่เราไปกันก็คือไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองที่ “วัดเซ็นโคจิ”
(Zenkoji Temple) วัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ และยังเป็นหนึ่งในวัดสำคัญอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นอีกด้วย วัดเซ็นโคจิได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 642 ภายในอุโบสถหลักจะประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปเก่าแก่ชื่อว่า “ฮิบิทสึ” (Hibitsu) ว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปองค์แรกที่ได้นำเข้ามาที่ญี่ปุ่นหลังจากที่ได้มีการเผยแผ่ศาสนาพุทธเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น แต่พระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกเก็บเป็นความลับไม่อนุญาตให้ใครเห็นเลย ภายหลังจึงได้มีการหล่อพระพุทธรูปจำลองเสมือนจริงขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนสักการะ ถึงอย่างนั้นก็ตามพระพุทธรูปองค์เสมือนจริงนั้นก็ได้ถูกเก็บเอาไว้ จะนำออกมาให้สักการะไม่กี่สัปดาห์ในทุกๆ 6 ปีเท่านั้น และครั้งต่อไปที่จะเปิดให้ชมและสักการะอีกครั้งนั้นก็คือในปี 2021

 

จากอุโบสถใหญ่ หากเดินตรงไปผ่าน “ประตูซันมง”(Sanmon Gate) ก็จะเจอกับถนนนากามิเสะ (Nakamise) ถนนสายช้อปปิ้งเส้นสั้นๆ ตกแต่งในแบบญี่ปุ่นโบราณ มีทั้งร้านอาหาร ร้านขนม และร้านขายของที่ระลึกให้เลือกซื้อเลือกทานกันเพลินๆ 

 

ที่บริเวณวัดเซ็นโคจินี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายในลองทำกัน หนึ่งในนั้นที่อยากแนะนำก็คือ ลิ้มลองอาหารมังสวิรัติแบบญี่ปุ่น (Buddhist Shojin Cuisine) โดยจะเป็นอาหารเซ็ตมากมายหลายอย่าง ซึ่งทุกอย่างนั้นไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เลย จะเป็นผักและผลไม้ในแต่ละฤดูกาล นอกจากความอร่อยสมหน้าตาแล้วยังจัดได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชั้นดีเลยทีเดียว ทานอาหารเสร็จก็ต้องทานของหวานซึ่งที่นี่จัดเป็นของหวานพร้อมชาเขียวให้ทาน ขนมญี่ปุ่นที่ว่าหวานมาก แต่เมื่อตามด้วยชาเขียวที่มีรสขม ความหวานของขนมก็ช่วยลดความขมเป็นขมนิดๆ ปนหวานอร่อยกำลังพอดี กิจกรรมต่อมาที่จะมาแนะนำกันก็คือ การร้อยลูกประคำ มีหินหลากสีให้เลือกตามความชอบ โดยจะมีวิธีการร้อยให้ดู เข้าใจง่ายไม่ยาก ร้อยเสร็จแล้วก็จะมีพระนำสร้อยไปปลุกเสกเสริมสิริมงคล แค่นี้ก็ได้สร้อยข้อมือในแบบของตัวเองเป็นที่ระลึกกลับบ้านกันไปแล้ว

 

หากเดินสุดถนนนากามิเสะก็จะเจอประตูขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือ “ประตูนิโอมง” (Niomon Gate) เมื่อเดินผ่านประตูไปก็จะเป็นเขตย่านการค้าของเขตเมือง มีร้านน่าสนใจมากมายอย่างร้าน “Yawatara Isogoro Daimoncho” เป็นร้านของฝากที่ถ้ามาถึงวัดเซ็นโคจิแล้วก็ต้องห้ามพลาด ของเด่นขึ้นชื่อของร้านไดมงโจที่รับรองว่าต้องถูกใจคนไทยแน่นอนก็คือ “พริก” เป็นพริกป่นหลายแบบหลายรสชาติ มีทั้งแบบเผ็ดน้อย เผ็ดมาก หรือจะเป็นพริกผสมเครื่องเทศหอมๆ ก็มี  “Togakushi Ninja Aenko-ji Daimon” ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบเรื่องนินจาๆ ด้านในมีของที่ระลึกเกี่ยวกับนินจาหลากหลายแบบ ทั้งอาวุธ
ดาวกระจาย มีดสั้น ดาบ หรือถ้าอยากถ่ายรูปก็มีชุดและมุมถ่ายรูปให้ด้วย

 

Obuse

 

เมืองโอบุเสะ อยู่ห่างออกมาไม่ใกล้จากตัวเมืองจังหวัดนากาโนะ เป็นเมืองเล็กๆ สบายๆ ที่อาคารบ้านเรือนนั้นตกแต่งออกมาแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน เมืองโอบุเสะนี้เป็นเมืองของจิตรกรชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง “คัทสึชิกะ โฮคุไซ” (Katsushika Hokusai) อาศัยอยู่ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 19 ภายในเมืองจึงมี “พิพิธภัณฑ์โฮคุไซ” (Hokusai Museum) ที่จัดแสดงภาพวาดของจิตรกรท่านนี้เอาไว้ด้วย ที่เมืองโอบุเสะนี้มีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่งก็คือ “สวนแบบเปิด” เป็นการเปิดในผู้คนนักท่องเที่ยวเข้าชมสวนในอาณาบริเวณของตัวเองโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ในแต่ละสวนก็จะมีการตกแต่งจัดสวนอย่างสวยงาม ถึงปัจจุบันนี้บ้านในโอบุเสะที่เปิดให้เข้าชมได้มีมากกว่า 100 หลังเลยทีเดียว

 

เอกลักษณ์อีกอย่างของเมืองโอบุเสะก็คือ “เกาลัด” จะเห็นต้นเกาลัดเรียงรายตามถนนสองข้างทาง แน่นอนว่าของหวานขึ้นชื่อของเมืองก็ต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากเกาลัด อย่างที่ร้าน “Obusedo” ร้านของหวานชื่อดังของเมือง มีของหวานมากมายหลายแบบจากเกาลัดให้เลือกชิมกัน เป็นร้านที่คนชอบของหวานต้องมาลองซักครั้ง ออกจากร้านของหวานแบบมีขนมติดไม้ติดมือกันคนละกล่อง เดินมาอีกนิดก็จะเจอกับโรงหมักเหล้าสาเก “มะสุอิชิ-อิชิมูระ” (Masuichi-Ichimura Sake Brewery) แต่นอกจากจะเป็นโรงหมักแล้วยังเป็นร้านขายสาเกอีกด้วย สามารถซื้อกลับบ้านเป็นของฝากได้ หรือถ้าอยากลองชิมสาเกสดๆ ตรงนั้นเลย ด้านในจะมีบาร์เล็กๆ ให้นั่งชิมเพลินๆ ด้วย

 

Yamanouchi

 

หลังจากผ่านกิจกรรมมาทั้งวันก็ได้เวลาเดินทางเข้าที่พัก จุดหมายสุดท้ายของวันก็คือเมืองยามาโนะอุจิ เมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องรีสอร์ทน้ำพุร้อนเก่าแก่ ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว การได้แช่ออนเซ็นร้อนๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ บนภูเขานั้นเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากนั้นที่
ยามาโนะอุจินี่เองที่จะสามารถพบ “ลิงแช่ออนเซ็น” จุดเด่นของเมืองด้วย แหล่งรีสอร์ทของเมืองที่มีชื่อเสียงจะมีอยู่ 2 แห่งก็คือ “ยูดานะกะ
ออนเซ็น” (Yudanaka Onsen) และ “ชิบุ ออนเซ็น” (Shibu Onsen) ซึ่งในครั้งนี้เราก็ไปกันที่ “โรงแรมโคคุยะ” (Kokuya Hotel) หนึ่งในโรงแรมเก่าแก่ที่ ชิบุ ออนเซ็น ห้องพักมีหลากหลายแบบให้เลือก ออนเซ็นก็มีทั้งแบบที่เป็นห้องรวม และห้องส่วนตัว และแบบออนเซ็นในห้องพักเลย ถ้าออกมาเดินเล่นบริเวณโดยรอบจะสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของเมือง วิวทิวทัศน์โดยรอบนั้นจะเป็นแบบรายล้อมด้วยภูเขา อากาศดี สดชื่น เหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ

 

Picking Cherry @Ikutama

 

เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจมากอย่าง การเก็บเชอร์รี่สดๆ จากต้นที่ “สวนอิคุทามะ” (Ikutama) เชอร์รี่ที่สวนนี้จะมีหลายพันธุ์อร่อยทุกพันธุ์ มีทั้งแบบหวานนุ่ม กรอบ และถ้าชอบฝาดนิดๆ ก็มี เลือกทานได้ตามใจชอบเลย กติกาของที่นี่ก็มีอยู่ว่า เสียค่าเข้า 1,600 เยน สามารถเข้าไปชิมลูกเชอร์รี่สดๆ ได้นานถึง 30 นาที แต่ห้ามเก็บกลับบ้านนะ บางคนอาจจะบอกว่าแป๊บเดียว แต่รับรองเลยว่า อิ่มแน่นอน เพราะเชอร์รี่ด้านในนั้นมีแต่ลูกโตๆ สวยๆ ทั้งนั้น แต่ถ้าจะมาชิมเชอร์รี่ต้องมาในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ถ้ามาในช่วงอื่นจะไม่มีเชอร์รี่แต่จะมีผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่นแทน อย่างในฤดูร้อนก็จะมีเก็บแอปเปิ้ลและลูกท้อที่ดูแล้วก็น่าอร่อยไม่แพ้กันเลย

 

 

Making Soba @ Nabekura Kogen Mori-no-ie       

 

 ที่เมืองอิยามะ จะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายให้ลองดูลองทำในแต่ละซีซั่น ทั้งเดินป่าชมธรรมชาติสวยๆ ที่ยังอุดมสมบูรณ์ และด้วยภูมิทัศน์ที่เป็นภูเขาสูงทำให้เมืองอิยามะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในฤดูหนาวอีกด้วย การเดินทางมาอิยามะนั้นไม่ยาก สามารถนั่งรถไฟสาย JR จากนากาโนะได้ หรือจะนั่งตรงมาจากโตเกียวเลยก็ได้ ในครั้งนี้เราก็ตรงไปที่ “Nabekura Kogen Mori-no-ie” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “Forest House”

ที่นี่เราจะมาลองทำอาหารญี่ปุ่นกันด้วยตัวเอง เป็นเมนูที่ทั้งทำง่ายและทานง่ายกับ “โซบะ” โดยจะมีเจ้าหน้าที่สอนก่อนที่จะให้ทุกคนลองทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนผสมแป้ง นวด และตัด ก่อนจะนำไปลวกประมาณ 1 นาที เส้นโซบะนี้จะนำไปทานกับน้ำซุปที่มีรสชาติเค็ม ใส่หอมใหญ่สับละเอียดและต้นหอม แค่นี้ก็ได้ลองชิมโซบะฝีมือตัวเองแล้ว แต่ที่ Forest House นี้ไม่ได้เป็นแค่ที่สอนทำโซบะ แต่เป็นรีสอร์ทท่ามกลางบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ชั้นเลิศอีกด้วย นอกจากจะเป็นที่นิยมในช่วงฤดูหนาวกับหิมะที่ตกมากเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมมาเดินป่าสัมผัสธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ของเมือง

 

Iiyama City

 

ที่จุดแวะพักของเมืองอิยามะ (Iiyama Roadside Station) จะมีร้านอาหารอร่อยที่แนะนำเลยสำหรับนักเดินทาง โดยเฉพาะข้าวแกงกะหรี่ของ “ร้านซาโตวะ” (Satowa) ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ เพราะข้างแกงกะหรี่ที่นี่ทำจากผักสดๆ อร่อยมาก สำหรับของหวานก็ต้องลองชิมซอฟต์ครีมมีหลายรสให้เลือกชิมทั้งวนิลา แอปเปิ้ล และแครอท รับรองอร่อยทุกรส อิ่มกันที่แล้วก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟอิยามะ เพื่อต่อรถไฟ
ชินคันเซ็นและเดินทางต่อไปที่เมืองโยโกฮาม่า

 

Sankeien Garden

 

ถ้ามาถึงโยโกฮาม่าแล้วก็ต้องแวะไปที่ “สวนซันเคเอ็น” (Sankeien Garden) สวนขนาดใหญ่ด้วยพื้นที่กว่า 175,000 ตารางเมตร สวนนี้สร้างขึ้นโดยตระกูลฮาระในปี 1902 เป็นสวนส่วนตัว แต่ปัจจุบันได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม สวนนี้จะสวยในทุกๆ ฤดู ไม่ว่าจะฤดูใบไม้ผลิสีเขียวชอุ่ม หรือจะเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ทั้งสวนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงงดงาม ด้านในยังมีบ้านโบราณที่อนุรักษ์เอาไว้กว่า 17 หลัง รวมถึงบ้านโบราณขนาดใหญ่ที่ได้ย้ายมาจากจังหวัดกิฟุเมื่อ 50 ปีที่แล้วด้วย เดินชมบรรยากาศ สูดอากาศบริสุทธิ์กันให้เต็มที่แล้วก็ได้เวลาออกเดินทางต่อ

 

Yokohama ama Anpanman Children’s Museum & Mall

 

หลายคนอาจจะคุ้นๆ กับอันปังแมน การ์ตูนดังขวัญใจเด็กตั้งแต่ปี 1988 จนถึงทุกวันนี้ และที่โยโกฮาม่าก็มีพิพิธภัณฑ์อันปังแมน(Yokohama Anpanman Children’s Museum & Mall) ที่จะให้ทุกคนเข้าไปสัมผัสโลกของอันปังแมน มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านตัดผม ร้านขนม ที่สามารถตกแต่งหน้าขนมปังอันปังแมนได้เอง และธีมปาร์คน่ารักที่เต็มไปด้วยทริกเล็กๆ น้อยๆ ให้ได้ลองเล่นกัน ที่พิพิธภัณฑ์อันปังแมนนี้เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 ค่าเข้าไปชมด้านในเพียง 1,500 เยน การเดินทางมานั้นก็ไม่ยาก จากสถานีรถไฟโยโกฮาม่าเปลี่ยนมาขึ้นรถไฟใต้ดินสายมินาโตะมิไร เพียงแค่ 1 สถานีไปลงที่สถานีชินทาคาชิมะ จากนั้นเดินประมาณ 7 นาทีก็ถึงพิพิธภัณฑ์อันปังแมนแล้ว

 

Cupnoodles Museum

 

ในปี 1958 คุณโมโมฟุคุ อันโด ได้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมา ทำให้เราสามารถทานบะหมี่ได้ง่ายและรวดเร็ว และในปี 1971 คุณโมโมฟุคุ อันโด ยังได้คิดค้นบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปทำให้เราสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก และที่ “พิพิธภัณฑ์คัพนูดเดิ้ล” (Cupnoodles Museum) ก็ได้จัดแสดงถือประวัติความเป็นมาของคุณโมโมฟุคุ อันโด จนถึงต้นกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งนอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีกิจกรรมแต่งถ้วยคัพนูดเดิ้ลในแบบของตัวเอง ที่ให้เราได้แต่งแต้มระบายสีสันลงบนถ้วยคัพนูดเดิ้ล ไปจนถึงเลือกรสชาติและเครื่องปรุงได้เองอีกด้วย

 

Hotel Gracery Shinjuku

 

อีกหนึ่งโรงแรมแนะนำ เพราะนอกจากจะตั้งอยู่ใจกลางย่านชินจูกุ ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง เดินทางสะดวกสบายแล้ว ที่นี่ยังโดดเด่นด้วย แบบจำลองหัวก็อตซิลล่าขนาดยักษ์ ที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 8/Lobby บางครั้งจะส่งเสียงคำรามให้ตกใจกันเล่นๆ ด้วย สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ http://shinjuku.gracery.com/

 

Robot Restaurant    

     

จากโยโกฮาม่าเราตรงดิ่งเข้าใจกลางเมืองย่านชินจูกุ เพื่อที่จะมาชมโชว์หุ่นยนต์อลังการอย่าง “Robot Restaurant” ถ้าไปที่นี่แล้วแนะนำให้ไปก่อนเวลาซักนิด เพราะที่ชั้น 3 จะเป็นเลาจ์ให้นั่งชิลล์ๆ รอเวลาการแสดงชมการแสดงไปพลางๆ แต่ที่เลาจ์นี้ไม่ธรรมดา ได้เห็นแล้วต้องอึ้งเพราะตกแต่งได้หรูหราระยิบระยับ เมื่อการแสดงใกล้เริ่มก็ได้เวลาย้ายที่ไปยังชั้นใต้ดิน B2F ที่จะนั่งตามเลขที่นั่งในตั๋ว นอกจากนี้ยังมีเซ็ตอาหารให้ทานระหว่างชมการแสดงด้วย การแสดงโชว์ยาว 1.30 ชั่วโมง แต่แสงสีเสียงและการแสดงทำให้รู้สึกเหมือนแป๊บเดียวเท่านั้น ถ้าอยากลองชมก็จองตั๋วได้เลยที่ www.shinjuku-robot.com 

 

Shinjuku Gyoen National Garden

 

ปิดท้ายทริปกันที่ “วนอุทยานแห่งชาติชินจูกุ เกียวเอ็น” (Shinjuku Gyoen National Garden) สวนนี้มาไม่ยาก ถ้าจากสถานีชินจูกุ นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงที่สถานีชินจูกุเกียวเอ็นมาเอะ เดินอีกประมาณ 5 นาทีก็ถึงประตูสวนแล้ว ที่สวนนี้คิดค่าเข้าเพียงแค่ 200 เยนเท่านั้น ด้านในจะมีเรือนกระจกขนาดใหญ่ ภายในมีพันธุ์ไม้จากเขตเมืองร้อนรวบรวมเอาไว้ ส่วนด้านนอกจะอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้กว่า 20,000 ต้น เป็นต้นซากุระกว่า 1,500 ต้น ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะผลิดอกซากุระบานสะพรั่ง เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระยอดนิยม มีการตกแต่งสวนอย่างหลากหลาย ทั้งสวนแบบอังกฤษ สวนแบบฝรั่งเศส และสวนแบบญี่ปุ่น วนอุทยานแห่งชาติชินจูกุ เกียวเอ็น เป็นอีกหนึ่งสวนที่สวนงามไม่ว่าจะในฤดูไหนเดือนไหน

และแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับ จบทริปสนุกๆ เต็มไปด้วยกิจกรรมแบบไม่มีเบื่อในเส้นทางนากาโนะ-โยโกฮาม่า-โตเกียว ขากลับนี้เราก็ได้เดินทางกับสายการบิน Thai Airways ด้วยเครื่อง Airbus 380 ใหม่เอี่ยมนั่งสบายไม่ผิดหวัง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยในการเดินทางไปญี่ปุ่น เพราะเที่ยวบินมีทุกวันทั้งไปและกลับ และถ้าอยากใช้อินเตอร์เน็ตก็จะมีแพ็คเกจ Wifi ให้เลือกใช้ได้ทั้งโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ด้วย ตอนนี้ก็ได้เวลาบอกลาญี่ปุ่นแล้ว ซาโยนาระ... ตอนหน้า Say Hi Japan จะพาไปเที่ยวที่ไหนต้องคอยติดตามกันนะคะ

25 กรกฎาคม 2016

ผู้ชม 1552 ครั้ง