ดูบทความเที่ยวฮามามัตสึกับครอบครัว ฉัตรบริรักษ์

เที่ยวฮามามัตสึกับครอบครัว ฉัตรบริรักษ์

หมวดหมู่: REVIEW /รีวิว

 

เรามีทริปพิเศษอีกครั้งกับการเดินทางสู่เมืองฮามามัตสึในจังหวัดชิซุโอกะประเทศญี่ปุ่น และครั้งนี้เดินทางไปกับ บริษัท โคริ แพลนนิ่ง จำกัด เช่นเคย ความพิเศษที่ว่านี้ก็คือเป็นทริปที่ทั้งสนุกและอร่อยในคราวเดียวเพราะเรามีโอกาสได้ไปชิมขนมอุนางิพาย ขนมอร่อยชื่อดังของเมืองนี้ และยังเป็นการเดินทางพร้อมกับสามพี่น้องสุดหล่อ คุณบอย ปกรณ์ คุณหน่อง ธนา และน้องภัทรแห่งบ้านฉัตรบริรักษ์ โดยมีคุณแม่และน้องวันใหม่ร่วมสนุกไปกับทริปนี้ด้วย กลายเป็นความสนุกและครึกครื้นมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นของเราในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

ไฮไลท์สำคัญในการเดินทางของเราครั้งนี้ก็นั่นแหละ เราจะไปชิมขนมอุนางิพายกัน ชั่วโมงนี้คนไทยจำนวนมากกำลังติดอกติดใจในรสชาติจนต้องฝากเพื่อนพ้องน้องพี่หอบหิ้วมาฝากจากญี่ปุ่นกันอยู่เสมอ ทริปนี้เราลุยกันถึงแหล่งผลิตเลย ซึ่งก่อนจะไปถึงความอร่อยตรงนั้นเราจะนำคุณผู้อ่านแวะเที่ยวกันในสถานที่อื่นๆ ของฮามามัตสึให้ครบถ้วนกันไปในทริปเดียว และทันทีที่เดินทางถึงสนามบินฮาเนดะโตเกียวเราก็นั่งรถบัสยาวไปจนถึงชิซุโอกะด้วยเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางค่อนข้างสะดวกสบายเพราะได้แวะดื่มกาแฟและเข้าห้องน้ำกันตามจุดแวะพักรถที่มีอยู่หลายจุด และที่มากกว่านั้นคือจุดแวะพักรถเหล่านี้มีซูเปอร์มาร์เก็ตและช้อปปิ้งมอลล์ทั้งนั้น

 

Miho No Matsubara

 

โปรแกรมแรกเราไปชมพื้นที่ที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกซึ่งมีชื่อว่า “มิโฮะ โนะ มัตสึบาระ” (Miho No Matsubara) ชายฝั่งทะเลที่เต็มไปด้วยต้นสนอายุราว 200-300 ปีมากกว่า 30,000 ต้นเรียงรายทอดยาวขนานไปตามทางเดิน กลายเป็นจุดชมวิวริมทะเลที่สวยงามบรรยากาศดีและมักจะมีศิลปินมานั่งวาดภาพในบริเวณนี้กันอยู่เสมอ ในวันที่มีอากาศสดใสเราจะมองเห็นยอดภูเขาไฟฟูจิได้จากจุดนี้ด้วย ต้นทางมีศาลเจ้ามิโฮะและร้านซอล์ฟครีมให้ชิมทั้งรสปลา วาซาบิและเต้าหู้ ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากและมีผู้คนเดินทางมาเที่ยวกันอยู่ตลอด

 

Okura ACT City Hotel Hamamatsu

 

 

ถัดมาก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง เรากินข้าวมื้อแรกในฮามามัตสึที่โรงแรม “โอคุระ ซิตี้ โฮเทล ฮามามัตสึ” (Okura Act City Hotel Hamamatsu) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นโรงแรมสุดหรูของเมืองนี้และอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฮามามัตสึแค่เดินเท้า 3 นาที เท่านั้น อาคารโรงแรมสูง 212.8 เมตร แบ่งเป็น 45 ชั้น และมีจุดชมวิวอยู่ในระดับความสูง 185 เมตร เรานั่งกินอาหารชุดพิเศษกันบนชั้น 31 ที่ร้าน

ซาซังคะ” (Sazanka) ซึ่งเป็นอาหารสไตล์ปิ้งย่าง “เทปปันยากิ” (Teppanyaki) แต่มื้อนี้ไม่ต้องย่างเองให้เมื่อยเพราะมีเชฟมือหนึ่งคอยปรุงให้และพร้อมเสิร์ฟทันที เนื้อย่างร้านนี้สุดยอดพอๆ กับซีฟู้ด และก็ใช่จะมีแต่อาหารอร่อย แต่ยังมีจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองฮามามัตสึได้กว้างไกล และเช่นกันหากในวันฟ้าใสเราก็จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากมุมนี้

จากนั้นเราไปบุกแหล่งขนมอร่อยกันที่ “นิโคเอะ” (Nicoe) ศูนย์รวมอาหารและขนมของบริษัทชุนคะโด (Shunkado) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตขนมอุนางิพายที่เราตั้งใจเดินทางมาชิมกันในทริปนี้ บริษัทชุนคะโดดำเนินกิจการของครอบครัวด้วยการทำขนมอุนางิพายมาแล้ว 55 ปี แต่หากจะรวมประสบการณ์ทำขนมทั้งหมดของต้นตระกูลด้วยก็ยาวนานร่วมร้อยปี จากเมื่อกว่าร้อยปีทางร้านผลิตขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในฮามามัตสึมาก่อนแล้ว แต่เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่ร้านขายขนมญี่ปุ่นประเภทเดียวกันทั้งนั้น จึงมีแนวคิดที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการนำเอาขนมในสไตล์ตะวันตกมาดัดแปลงให้เป็นขนมในแบบฮามามัตสึดูบ้าง

แนวคิดที่ว่านี้จึงเกิดเป็นขนมอุนางิพาย คำว่าอุนางิก็หมายถึงปลาไหลนั่นเอง ปลาไหลถือเป็นวัตถุดิบอาหารชั้นดีและมีชื่อเสียงของเมืองฮามามัตสึ ขนมอุนางิพายในยุคคิดค้นแรกเริ่มจึงตั้งใจรังสรรค์ออกมาให้มีรูปร่างยาวคล้ายปลาไหล แต่เมื่อระดมความคิดกันแล้วก็เชื่อว่าควรจะทำให้ขนมมีส่วนผสมของปลาไหลลงไปด้วยเพื่อความเป็นขนมแห่งฮามามัตสึอย่างแท้จริง สุดท้ายจึงได้ออกมาเป็นขนมอุนางิพายที่อร่อยมากจนกินชิ้นเดียวไม่พอ บริษัทชุนคะโดรุ่นปัจจุบันมีคุณปู่ยาซุฮิโระ ยามาซากิ (Yasuhiro Yamazaki) และคุณลูกชาย ทาคาฮิโระ ยามาซากิ (Takahiro Yamazaki) ร่วมกันดูแลกิจการของบรรพบุรุษที่สืบทอดมา และก็ทำให้เราได้รู้ว่าที่นิโคเอะไม่ได้มีแค่ขนมอุนางิพายเท่านั้น แต่ยังมีขนมอีกมากมายหลากหลายทั้งคุกกี้ ขนมชิราสุพาย ขนมอุมากิหรือขนมโรลเค้กอุนางิพาย รวมทั้งขนมญี่ปุ่นที่เคยผลิตเมื่อร้อยกว่าปีก่อนก็ยังมี เราชิมมาครบแล้วยืนยันว่าอร่อยทุกแบบและก็น่าซื้อไปทุกชิ้นเพราะขนมทุกแบบบรรจุในถุงและกล่องสวยงามมาก สำหรับขนมอุนางิพายเองก็มีถึง 4 รสชาติ คือขนมอุนางิพายรสดั้งเดิม ขนมอุนางิพายรสแมคาเดเมียกับบรั่นดี (V.S.O.P.) และขนมอุนางิพายไซส์มินิรสถั่วผสมน้ำผึ้ง

เราปิดท้ายวันแรกของทริปด้วยอาหารค่ำที่ร้านอาหารในนิโคเอะ มื้ออร่อยของเราเป็นบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษที่อร่อยมาก มีอาหารทั้งตะวันตกและตะวันออกเรียงรายรอเราไปตักชิม มีเมนูของหวานและเครื่องดื่มอีกมากมายที่อร่อยสมกับการเป็นอาณาจักรแห่งขนมอย่างแท้จริง จากนั้นเราก็เข้าพักกันใน Okura City Hotel Hamamatsu ที่ได้อร่อยกับมื้อเที่ยงไปเมื่อช่วงกลางวันนั่นเอง

 

Unagi Pie Factory

 

หลังจากได้ชิมขนมอุนางิพายอร่อยๆ แล้วก็เลยสนใจอยากเข้าชม “โรงงานผลิตขนมอุนางิพาย” (Unagi Pie Factory) ซึ่งโดยปกติแล้วโรงงานผลิตแห่งนี้จะเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ฟรีแถมยังได้รับแจกขนมก่อนเข้าสู่ภายในด้วย แต่ก็จะได้ชมอย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใสที่เห็นชัดเจนถึงกรรมวิธีการผลิตจนได้ขนมอร่อยสดและใหม่พร้อมบรรจุกล่อง ที่สำคัญคือขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพขนมก่อนถึงมือผู้บริโภคนั้นเข้มงวดมาก

ส่วนด้านหน้าของอาคารโรงงานจะเป็นจุดจำหน่ายขนม บอกเลยว่าแม้จะเป็นโรงงานผลิตแต่ก็มีผู้สนใจเข้าชมเยอะมากในแต่ละวัน และก็ขายดิบขายดีเพราะมียอดจำหน่ายขนมมากถึงวันละ 200,000 ชิ้นเลยทีเดียว แถมยังมีร้านอาหารว่างจำพวกของหวานอร่อยๆ ให้ได้ลองชิมด้วยซึ่งนอกจากจะอร่อยแล้วยังตกแต่งแต่ละเมนูได้อย่างอลังการมาก

 

Shimano

 

กินขนมอร่อยกันแล้วก็เปลี่ยนบรรยากาศไปกินสตรอเบอร์รี่หวานๆ กันแบบสดๆ ดูบ้าง เราไปกันที่ “สวนสตรอเบอร์รี่ชิมาโนะ”(Shimano) และก็มาในช่วงที่สตรอเบอร์รี่กำลังออกดอกออกผลพอดีเลยเชียว จะบอกว่าสตรอเบอร์รี่ในสวนนี้อร่อยก็คงจะน้อยไป เพราะเนื้อหวานฉ่ำชุ่มน้ำได้ทั้งรสและกลิ่นนั้นเกินจะบรรยายได้ และเราสามารถเดินเข้าสวนไปเด็ดสตรอเบอร์รี่จากต้นกินกันได้ไม่จำกัดจำนวนภายในเวลา 30 นาที ราคาเพียง 1,600 เยน แต่ต้องแวะมาในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นพฤษภาคมเท่านั้นถึงจะได้กินสตรอเบอร์รี่อร่อยแบบนี้ นอกเหนือจากช่วงนี้ทางสวนจะพักดินเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการลงปลูกสตรอเบอร์รี่ในรอบถัดไป

 

Hamanako Pal Pal

 

มีสวนสนุกแห่งหนึ่งในฮามามัตสึและแน่นอนว่าเราจะชวนไปสนุกกัน นั่นคือ “ฮามานะโกะ พารุ พารุ” (Hamanako Pal Pal) นี่คืออาณาจักรสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เหมาะมากหากจะเดินทางมาเที่ยวกันแบบครอบครัวพ่อแม่ลูกเพราะมีเครื่องเล่นมากมาย ไม่ว่าจะแบบผาดโผนอย่างรถไฟเหาะที่ใส่เกลียวจนหวาดเสียว ชิงช้าสวรรค์แบบธรรมดาและแบบเหวี่ยงกันสุดชีวิตจนต้องร้องกรี๊ดตลอดเวลา ไปจนถึงสวนน้ำขนาดใหญ่ สวนสนุกในร่มสำหรับเสริมทักษะเด็กเล็ก ตู้เกมสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ มีศูนย์อาหารอยู่ภายในด้วย เพราะฉะนั้นใครเดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็สามารถสนุกอยู่ได้ตลอดวัน

ด้านหลังสวนสนุกเราสามารถข้ามฟากทะเลสาบฮามานะ (Lake Hamana) ไปยังพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีฮามานะโกะ (Hamanako Music Box Museum) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้ๆ กัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงกล่องดนตรีมากกว่า 70 ชิ้นที่ประดิษฐ์ขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19-20 มีโถงสำหรับแสดงการบรรเลงเพลงจากกล่องดนตรีที่ให้เสียงไพเราะมาก มีพื้นที่ให้เราได้ทดลองประดิษฐ์กล่องดนตรีของตัวเองด้วย และก็มีพื้นที่จำหน่ายกล่องดนตรีมากมายหลายแบบ ส่วนบนดาดฟ้าของอาคารพิพิธภัณฑ์ก็จะสร้างเป็นจุดชมวิวที่จะเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบฮามานะได้แบบ 360 องศา วันไหนฟ้าใสหน่อยภาพภูเขาไฟฟูจิก็จะมาให้เห็นได้เหมือนกัน

 

โรงแรมโคโคโนเอะ

 

สำหรับการข้ามฟากจากสวนสนุกมายังพิพิธภัณฑ์เราจะนั่งกระเช้าที่ถือเป็นกระเช้าแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ใช้เพื่อโดยสารข้ามทะเลสาบ ระหว่างเส้นทางเราก็จะเห็นธรรมชาติและอาคารบ้านเรือนรอบทะเลสาบ รวมทั้งที่พักของเราในคืนนี้ “โรงแรมโคโคโนเอะ” (Kokonoe Hotel) โรงแรมที่มีห้องพักทั้งแบบสากลและเรียวกังให้เลือก ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่กลายเป็นจุดชมวิวดีๆ นี่เอง พร้อมอาหารค่ำเข้าขั้นยอดเยี่ยมที่เราได้ร่วมมื้อพิเศษกับทีมงานจากบริษัทชุนคะโด และยังได้ร่วมเล่นเกมกันอย่างสนุกสนาน

 

สวนสัตว์ฮามามัตสึ

 

เช้าวันสุดท้ายของทริปเราไปเที่ยว “สวนสัตว์ฮามามัตสึ” (Hamamatsu Zoological Garden) สวนสัตว์ขนาดใหญ่ของฮามามัตสึที่ดูแลสัตว์ขนาดใหญ่ไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งเจ้าป่าอย่างเสือโคร่ง สิงโต เสือชีตาร์ เสือดำ ไปจนถึงสัตว์ทั่วไปอย่างลิง จิงโจ้ ยีราฟ แรคคูน เมียร์แคท กวาง ฯลฯ และโดยเฉพาะนกอีกหลายชนิดที่ถูกเลี้ยงไว้ในกรงขนาดใหญ่ให้เราเดินชมกันเพลิดเพลินตลอดทาง ได้บรรยากาศและอากาศดีเพราะมีต้นไม้เยอะมาก

 

Kiraku Ramen

 

เรามาอิ่มกันอีกรอบที่ “คิราคุราเมง” (Kiraku Ramen) ร้านราเมงชื่อดังของฮามามัตสึที่มักจะมีผู้มารอคิวยาวเหยียด ของเด็ดของร้านนี้คือราเมงซุปกระดูกหมูและเกี๊ยวซ่า ใครมาถึงคิราคุแล้วกินแต่ราเมงไม่สั่งเกี๊ยวซ่าเพิ่มถือว่ายังมาไม่ถึง ทั้งราเมงและเกี๊ยวซ่าถือเป็นอาหารขึ้นชื่อของฮามามัตสึ สำหรับร้านนี้เราว่าเรื่องรสชาติความอร่อยนั้นต้องอยู่ในอันดับต้นๆ ของเมืองแน่นอน

 

ซาวายากะ

 

บอกลาฮามามัตสึแล้วนั่งรถบัสเดินทางเข้าสู่ชิซุโอกะเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน แต่ก็ยังได้แวะชิมอาหารอร่อยในชิซุโอกะก่อนขึ้นเครื่องบินที่ร้าน “ซาวายากะ” (Sawayaka) ร้านสเต็กแสนอร่อยที่มักเป็นจุดหมายของลูกค้าครอบครัวใหญ่ แต่ละเมนูบอกเลยว่าจัดชุดใหญ่ สเต็กจะถูกเสิร์ฟมาในจานร้อนควันโขมงแต่ก็หอมมากตั้งแต่ยังไม่วางลงบนโต๊ะ เด็ดสุดต้องเป็นสเต็กเนื้อวัว แต่หากไม่กินเนื้อวัวเราก็สามารถเลือกเนื้อไก่ เนื้อหมูได้ แถมมีสลัด ซุป และข้าวพร้อมเสิร์ฟเป็นเซ็ตเมนูให้เลือกตามอัธยาศัย ทิ้งท้ายไว้นิดเดียวว่าสเต็กร้านนี้อร่อยมาก

ถือว่าปิดทริปได้อย่างสวยงามที่สุด การเดินทางพร้อมสมาชิกครอบครัวฉัตรบริรักษ์ทำให้เส้นทางและสถานที่ในฮามามัตสึที่น่าสนใจอยู่แล้วกลับยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและความสนุกได้อีกมาก การเดินทางร่วมกันที่มาพร้อมอัธยาศัยไมตรีในตลอดระยะเวลา 5 วันที่แม้จะไม่นานแต่ก็เป็นประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันซึ่งต้องขอขอบคุณ บริษัท โคริ แพลนนิ่ง จำกัด และขอบคุณในความเป็นกันเองของทั้งคุณบอย ปกรณ์ คุณหน่องและน้องภัทร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่และน้องวันใหม่ที่เป็นสีสันให้ทริปนี้ของเราจนยากจะลืมเลือน

26 กรกฎาคม 2016

ผู้ชม 2955 ครั้ง