ดูบทความโตเกียวดิสนีย์แลนด์ & โตเกียวดิสนีย์ซี

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ & โตเกียวดิสนีย์ซี

หมวดหมู่: REVIEW /รีวิว

Say Hi Japan ฉบับนี้ขอพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวกันที่ธีมพาร์คสุดฮิตอย่าง “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” (Tokyo Disneyland) และเมื่อมาถึงแล้วก็ต้องไม่พลาด “โตเกียวดิสนีย์ซี” (Tokyo DisneySea) อีกหนึ่งธีมพาร์คของดีสนีย์ที่ตกแต่งออกมาในธีมที่แตกต่างออกไป แต่รับรองว่าความสนุกและความน่าตื่นเต้นนั้นมีมากไม่แพ้กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะปีนี้โตเกียวดิสนีย์ซีจะมีอายุครบ 15 ปี เดี๋ยวไปดูกันว่าจะมีอะไรน่าสนใจหรือ
แปลกใหม่ออกไปบ้าง...ไปดูกันเลยค่ะ

 

Tokyo Disneyland โตเกียวดิสนีย์แลนด์

 

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงประวัติของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ก่อน สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 1983 นับถึงวันนี้โตเกียวดิสนีย์แลนด์ได้มอบความสุขสนุกสนานให้คนมากมายมานานถึง 33 ปี ยิ่งหากเป็นผู้ที่รักในเรื่องราวและตัวละครต่างๆ ของวอลท์ ดิสนีย์ การได้มาเที่ยวที่นี่ก็เหมือนเป็นการทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง แต่แม้จะมีชื่อว่า “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” แต่ตัวธีมพาร์คนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ (Chiba) ที่อยู่ติดกับโตเกียวนั่นเอง ภายในจะประกอบไปด้วยเครื่องเล่นทั้งหมด 44 ชิ้น มีทั้งแบบน่ารัก เครื่องเล่นแบบชิลๆ ไปจนถึงเครื่องเล่นสุดระทึกให้ได้เลือกเล่นตามสไตล์ตัวเอง

 

โตเกียวดิสนีย์แลนด์จะมีการจัดธีมเทศกาลเป็นช่วงๆ และในช่วงตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมถึง 15 มิถุนายน จะมีการจัดธีมเทศกาลอีสเตอร์ (Easter) โดยตกแต่งด้วยกระต่ายอีสเตอร์น่ารักๆ และไข่หลากหลายสี เพิ่มความแปลกใหม่และสีสันสำหรับคนที่มีโอกาสไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ในช่วงนี้ ตั้งแต่ทางเข้าที่เราจะเห็นซุ้มอีสเตอร์น่ารักๆ ให้ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนที่จะเข้าสวนสนุก เมื่อเข้าไปด้านในแล้วเราก็จะพบกับโซน “World Bazaar” โซนขายของที่ระลึกที่มีให้เลือกซื้อหลากชนิดหลายแบบ ใครรักชอบตัวการ์ตูนไหนก็เลือกกันได้ตามใจชอบ

 

ทะลุโซน World Bazaar ไปเราจะเห็น “ปราสาทซินเดอเรลล่า” (Cinderella Castle) ปราสาทสูงที่ตั้งตระหง่านเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโตเกียวดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ ปราสาทซินเดอเรลล่าตั้งอยู่ใจกลางของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ล้อมรอบด้วยโซนทั้ง 7 คือ เวสเทิร์นแลนด์ (Westernland), แอดเวนเจอร์แลนด์ (Adventureland), คริตเตอร์คันทรี (Critter Country), แฟนตาซีแลนด์ (Fantasyland), ตูนทาวน์ (Toontown), ทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland), เวิลด์บาซาร์ (World Bazaar) ในแต่ละโซนก็จะมีจุดเด่นและธีมแตกต่างกันออกไป และด้วยความที่เครื่องเล่นมีมากและชวนสนุกแทบทุกชิ้น ครั้งนี้เลยอยากจะแนะนำเครื่องเล่นหลักๆ ที่คุณผู้อ่านไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเที่ยวสวนสนุกระดับโลกแห่งนี้

 

เครื่องเล่นแรกที่อยากแนะนำเป็นเครื่องเล่นขึ้นชื่อที่ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็จะมีคนต่อคิวยาวตลอด ถือว่าเป็นไฮไลท์เลยก็ได้คือ “สแปลชเมาน์เทน” (Splash Mountain) ที่จะพาผู้กล้าท้าความหวาดเสียวล่องเรือท่อนซุงผ่านโลกดิสนีย์ออกมานอกอุโมงค์แล้วดิ่งลงอย่างเร็วจากความสูง 16 เมตรจนเสียงกรี๊ดกระหึ่มไปทั่ว ทั้งสนุกและระทึกไปพร้อมๆ กัน จากเครื่องเล่นสุดระทึกก็ขอพาไปนั่งเครื่องเล่นแบบชิลๆ บ้าง ไปต่อกันที่ “It’s a small world” เป็นการล่องเรือผ่านชมการแสดงร้องเพลงสุดน่ารักจากเหล่าตุ๊กตาในชุดประจำชาติของประเทศต่างๆ จากทั่วโลก

 

Star Tour: The Adventure Continue” อีกหนึ่งเครื่องเล่นสุดฮิตที่นำธีมมาจากภาพยนตร์ชื่อดังก้องโลก “Star War” สำหรับเครื่องเล่นชิ้นนี้บางครั้งต้องต่อคิวยาวเป็นชั่วโมง แต่การรอคิวกลับไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด เพราะตามรายทางจะมีการจัดบรรยากาศให้เหมือนอยู่ในโลก Star War ทั้งฉากและหุ่นยนต์ที่คอยรอต้อนรับอยู่ เมื่อถึงคิวก็จะได้รับแว่นตา 3 มิติ ก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่ในยานบินลำใหญ่เพื่อเข้าสู่การผจญภัยที่ทั้งสนุกและตื่นเต้น
และต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่องราวการผจญภัยในยานอวกาศแต่ละลำและแต่ละครั้งนั้นจะ
แตกต่างสลับหมุนเวียนกันไปกว่า 40 เรื่องราว ทำให้คนที่ติดใจมาเล่นเป็นครั้งต่อไปจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ต่างออกไปไม่ซ้ำแบบเดิม ฉะนั้นจะมาเล่นเมื่อไหร่ก็ไม่มีเบื่อแน่นอน

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ก็คือการแสดงพลุและแสงสีในตอนกลางคืน สำหรับการแสดงพลุจะกินเวลาประมาณ 5 นาที พลุหลากสีจะถูกยิงขึ้นฟ้าให้ได้ชมกัน สำหรับจุดที่จะมองเห็นได้ชัดคือบริเวณหน้า World Bazaar  และบริเวณปราสาทซินเดอเรลล่า จบจากโชว์พลุก็จะต่อด้วยโชว์ “Once Upon a Time” ที่ต้องขยับขึ้นมาดูที่ลานด้านหน้าปราสาทซินเดอเรลล่าจะเห็นชัดที่สุด เป็นการแสดงที่จะฉายแสงสีขึ้นไปบนปราสาทซินเดอเรลล่าเพื่อให้ทำหน้าที่เป็นจอภาพขนาดใหญ่ โดยจะเป็นการแสดงที่รวมเอาช่วงที่น่าสนใจและจุดเด่นของแต่ละเรื่องราวมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงนิทรา โฉมงามกับเจ้าชายอสูร อลิซในแดนมหัศจรรย์ และอีกหลายๆ เรื่อง ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการ ตระการตาและน่าตื่นตาไปพร้อมๆ กัน การแสดงจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่กลับรู้สึกเหมือนแวบเดียวเท่านั้น ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอยมากๆ

 

Tokyo DisneySea โตเกียวดิสนีย์ซี

 

จากโตเกียวดิสนีย์แลนด์สามารถไปต่อยัง “โตเกียวดิสนีย์ซี” (Tokyo DisneySea) โดยใช้รถไฟฟ้าโมโนเรลสาย “Disney Resort Line” ที่จะวิ่งวนภายในดิสนีย์แลนด์ และธีมไฮไลท์ของโตเกียวดิสนีย์ซีในปีนี้ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2016 จนถึง 17 มีนาคม 2017 ก็คือการฉลองครบรอบ 15 ปีโตเกียวดิสนีย์ซี ที่จะมีกิจกรรมสนุกๆ เพิ่มเข้ามาให้เล่นกับการเติมสีคริสตัลใน Crystal Compass ให้ครบ 7 สี จากทั่วโตเกียวดิสนีย์ซีซึ่งจะมีจุดมาร์กพอยต์กระจายอยู่ในโซนทั้ง 7 เป็นกิจกรรมสนุกๆ เพิ่มสีสันให้การมาเที่ยวน่าสนใจขึ้นอีก

 

ภายในโตเกียวดิสนีย์ซีจะแบ่งออกเป็น 7 โซนคือ อเมริกันวอเตอร์ฟรอนต์ (American Waterfront), เมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ (Mediterranean Harbor), มิสเทเรียสไอส์แลนด์ (Mysterious Island), เมอร์เมดลากูน (Mermaid Lagoon), อาราเบียนโคสท์ (Arabian Coast) และลอสท์ริเวอร์เดลตา (Lost River Delta) และเมื่อโตเกียวดิสนีย์แลนด์มีปราสาทซินเดอเรลล่าเป็นใจกลาง โตเกียวดิสนีย์ซีก็มี “ภูเขาไฟโพรมีธีอุส” ภูเขาไฟสูงใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นใจกลาง

 

เครื่องเล่นแรกที่อยากแนะนำกันเลยก็คือ “Tower of Terror” ในโซนอเมริกันวอเตอร์ฟรอนต์ เป็นเครื่องเล่นสุดระทึกที่จำลองมาจากโรงแรมสุดสยองขวัญกว่า 100 ปีในเมืองนิวยอร์ก โดยเราจะได้เข้าไปในโรงแรมสยองแห่งนี้ด้วยการนั่งลิฟต์ขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมฟังเรื่องราวของโรงแรมก่อนจะทิ้งดิ่งลงมาแบบไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว ด้วยความสนุกและระทึกแบบสุดๆ ทำให้เครื่องเล่นชิ้นนี้ขึ้นแท่นเป็นเครื่องเล่นยอดนิยมไปเลย

 

 

จากนั้นเราได้ชมโชว์ “Crystal Wishes Journey” โชว์พิเศษที่จะมีแค่ในช่วงฉลอง 15 ปีของโตเกียวดิสนีย์ซีเท่านั้น เป็นโชว์ที่จะจัดขึ้นในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคริสตัลที่เป็นธีมหลักของปีนี้ เราจะได้ชมทั้งการร้องเพลงและการเต้นน่ารักสนุกสนานของเหล่าตัวละครจากดิสนีย์อย่างมิกกี้ กูฟฟี่ โดนัลด์ดั๊กและอีกมากมาย

 

ชมโชว์กันเสร็จแล้วเรานั่งรถรางจากสถานีอเมริกันวอเตอร์ฟรอนต์ที่จะได้ชมวิวโดยรอบของโซนอเมริกันวอเตอร์ฟรอนต์ไปด้วยจนถึง “เคปคอด” (Cape Cod) ที่จำลองย่านท่าเรือของซานฟรานซิสโกสมัยก่อนเอาไว้ ย่านนี้มีของสุดฮิตอยู่ด้วยก็คือ “ดัฟฟี่” (Duffy) ตุ๊กตาหมีสุดน่ารักที่มีขายแค่ในโซนนี้้เท่านั้น จากย่านนี้เรื่อยไปเราจะเห็นวิวของอ่าวโตเกียวและเรือจำลองขนาดใหญ่ USS Columbia ที่จอดเทียบท่าเป็นสัญลักษณ์ของโซนนี้เลย  อีกหนึ่งโชว์ที่แนะนำเลยคือ “Big Band Beat” การแสดงโชว์สุดอลังการในแบบบรอดเวย์ที่โด่งดังของนิวยอร์กที่มาพร้อมเพลงแจ๊สสนุกๆ ให้ฟังกันสบายอารมณ์

และหากเดินผ่านภูเขาไฟโพรมีธีอุสไปอีกด้านก็จะพบกับโซนเมอร์เมดลากูน ไฮไลท์ของที่นี่คือการแสดง “King Triton’s Concert” เป็นการโชว์สุดยิ่งใหญ่ของคิงไทรทันเจ้าทะเลและลูกสาวทั้ง 7 ที่จะได้ฟังเพลงสุดไพเราะของแอเรียลจาก Little Mermaid ไปพร้อมกัน และอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่อยากแนะนำก็คือ “Sindbad’s Storybook Voyage” ในโซนอาราเบียนโคสท์ ที่เราจะได้ล่องเรือชมเรื่องราวการผจญภัยของซินแบด จอมโจรชื่อดังจากดินแดนอาหรับพร้อมด้วยคู่หูอย่าง ชานดู เสือน้อยสุดน่ารัก และยามค่ำคืนโตเกียวดิสนีย์ซียังมีโชว์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้โตเกียวดิสนีย์แลนด์ นั่นคือ “แฟนแทสมิก” (Fantasmic) การแสดงแสงสีที่จะจัดในอ่าวเมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ โดยเรื่องราวต่างๆ จะถูกแสดงด้วยน้ำพุ ม่านน้ำ และแสงไฟ สวยงาม สนุกและตื่นตาตื่นใจในทุกนาทีของการแสดง

 

Ikspiari อิกส์พิอารี่

“อิกส์พิอารี่” (Ikspiari) เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวภายในดินแดนดิสนีย์แห่งนี้ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2000 มากมายด้วยร้านกว่า 140 ร้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหารและอื่นๆ ห้างสรรพสินค้าอิกส์พิอารี่จะเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่แบ่งออกเป็น 9 โซนซึ่งตกแต่งแตกต่างกันออกไป มี “Disney Store” ร้านขายของที่ระลึกจากดิสนีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มากมายด้วยสินค้าดิสนีย์หลากหลายรูปแบบ หรือจะเป็นแบรนด์ดังอื่นๆ ก็มีให้เลือกซื้อเลือกช้อปกันเต็มที่

 


มีร้านอาหารแนะนำคือ “Rainforest Cafe” บริเวณชั้น 2 ที่ตกแต่งภายในให้เป็นบรรยากาศของป่าดงดิบ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ในป่าดงดิบจริงๆ นอกจากนี้ด้านนอกของตัวห้างฯยังจัดเป็นสวนสวยให้บรรยากาศชิลๆ สำหรับการนั่งเล่นผ่อนคลายอารมณ์ได้ด้วย

ดิสนีย์แลนด์ยังมีความหลากหลายอีกมากมายให้ได้ดูได้ชมกันและยังน่าสนใจไปทั่วทั้งพื้นที่ ได้สัมผัสเมืองของเหล่าตัวการ์ตูนที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ การได้ไปเที่ยวไปทดลองเล่นสนุกกับความสุขในอดีตที่มีมาถึงปัจจุบันแม้เพียงสักครั้งก็ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่จะได้จากสวนสนุกระดับโลกแห่งนี้

 

 

26 กรกฎาคม 2016

ผู้ชม 3196 ครั้ง