Say Hi Nagasaki ^^

หมวดหมู่: REVIEW /รีวิว

 

คิดจะเที่ยวญี่ปุ่นชั่วโมงนี้ขอบอกว่าอย่าเพิ่งมองหาแต่ทริปในเมืองใหญ่ยอดนิยมอย่างเดียว เพราะเมืองเล็กๆ ที่น่าเที่ยวและมีเสน่ห์มากมายยังมีอยู่อีกเยอะ และในจำนวนนั้นมี “นางาซากิ” ร่วมอยู่ด้วย Say Hi Japan ฉบับนี้ขอเปลี่ยนเป็น Say Hi Nagasaki ชั่วคราวเพื่อนำคุณผู้อ่านเที่ยวไปในเมืองเล็กเมืองน้อยของจังหวัดนางาซากิกันดูสักทริป แล้วจะรู้ว่าการเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่นนั้นทำให้นางาซากิกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและตากอากาศอย่างมาก มีวิวทิวทัศน์สวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ เชื่อเถอะว่าลองได้มาเที่ยวสักครั้งต้องชอบและประทับใจแน่นอน

 

HUIS TEN BOSCH เฮ้าส์เทนบอช

จุดแรกในนางาซากิเราชวนเที่ยวเมืองซาเซโบะเพื่อชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและโด่งดังติดอันดับ ที่นี่คือ “เฮ้าส์เทนบอช” (HUIS TEN BOSCH) ธีมพาร์คที่ไม่ได้โดดเด่นแค่การออกแบบตกแต่งให้มีสไตล์แบบเนเธอร์แลนด์ตะวันออกอย่างที่เราเห็นเท่านั้น แต่เฮ้าส์เทนบอชมีทุกอย่างครบถ้วนเสียยิ่งกว่า เพราะนอกจากจะเป็นธีมพาร์คและสวนสนุกแล้ว ด้านในยังมีร้านอาหาร สวนดอกไม้สวยๆ และร้านขายของที่ระลึกให้ได้เลือกชมเลือกซื้อกันมากมาย กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับทิ้งตัวเองให้จมอยู่กับความสนุกในวันหยุดสุดสัปดาห์

 

นอกจากจะเป็นศูนย์รวมความสนุกแล้ว เฮ้าส์เทนบอชยังมีที่พักที่น่าสนใจหลายรูปแบบอยู่ภายใน เข้ามาเที่ยวแล้วสามารถพักค้างได้คืนสองคืนเลยเชียว ที่อยากแนะนำคือ “โรงแรมเฮนนะ” (Henn-na Hotel) โรงแรมสุดแสนจะทันสมัยแห่งแรกของโลกที่มีพนักงานเป็นหุ่นยนต์คอยบริการลูกค้า ทันทีที่ก้าวเข้ามาในโรงแรมเราจะได้ตื่นตากับสุดยอดเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์กับ “จูลี่จัง” มาสคอตสุดน่ารักชื่อดังประจำเฮ้าส์เทนบอชที่จะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ด้านหน้า และที่เคาน์เตอร์เช็กอินก็จะมีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ “มิไรคุง”

 

 

พนักงานหุ่นยนต์สาวสวย “ยูเมโกะจัง” และจิ๋วแต่แจ๋วแถมฉลาดสุดๆ อย่างหุ่นยนต์ “นาโอะคุง” คอยดูแลอยู่ รวมไปถึงการขนกระเป๋าเข้าห้องพักและเก็บของเข้าล็อกเกอร์ ทุกอย่างจะสะดวกสบายด้วยการให้บริการอย่างขยันขันแข็งของหุ่นยนต์เหล่านี้ และทุกอย่างที่ว่านั้นจะเป็นไปแบบอัตโนมัติทันสมัยเหมือนอยู่ในศตวรรษที่ 22 ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันที่แปลกใหม่และยิ่งทำให้วันหยุดพักผ่อนในเฮ้าส์เทนบอชดูน่าสนใจขึ้นเป็นเท่าตัว

 

Inside เฮ้าส์เทนบอช

จากโรงแรมสุดไฮเทคก็พากันไปต่อที่โรงแรมสุดหรูประจำเฮ้าส์เทนบอช “โรงแรมอัมสเตอร์ดัม” (Hotel Amsterdam) โรงแรมในสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ใจกลางธีมปาร์ค ภายนอกดูเรียบแต่หรูอย่างมีสไตล์ เมื่อเข้าไปภายในจะพบกับล็อบบี้สุดอลังการที่มีแชนเดอเลียร์ห้อยระย้าลงมาจากเพดาน และเพดานก็จะเป็นกระจกใสที่ทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าสวยๆ ด้านนอกได้ตลอดเวลา ห้องพักแต่ละห้องก็กว้างขวางและชวนสบายตาด้วยโทนสีพาสเทล โรงแรมอัมสเตอร์ดัมจะถูกล้อมไว้ด้วยสวนสนุก มีกิจกรรมต่างๆ ให้เล่นสนุกได้แบบไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาและการเดินทางกลับโรงแรม

 

ถัดมาเราเอาใจคนรักสุขภาพด้วยการแนะนำ “ร้านอาหารเพื่อสุขภาพออร่า” (Aura Restaurant) ร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ที่เราสามารถเลือกสไตล์อาหารได้ตามใจชอบทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป ซุปและสลัดบาร์ แต่มั่นใจในความอร่อยได้แน่นอน เพราะวัตถุดิบแทบทุกอย่างได้จากในจังหวัดนางาซากินี่เอง จึงรับประกันความสดใหม่และผ่านการคัดสรรมาอย่างดีว่าดีต่อสุขภาพแน่นอน

 

หากคุณผู้อ่านได้เข้าไปเดินเที่ยวในเฮ้าส์เทนบอช จะพบว่าทั้งร้านอาหาร ร้านขนม หรือร้านขายของต่างๆ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือปราสาททั้งหลายที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ทั่วพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น “ปราสาทแห่งชีส” ที่เต็มไปด้วยชีสหลากหลายแบบและมีผลิตภัณฑ์จากชีสให้เลือกชิมเยอะแยะ “ปราสาทขนมหวาน” ที่เป็นปราสาทสุดโปรดของคนรักขนมหวาน “ปราสาทแห่งไวน์” ปราสาทหลังนี้เอาใจคนรักไวน์โดยเฉพาะ และก็ไม่ได้มีแค่ไวน์จากญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีไวน์จากทั่วโลกมาไว้ด้วย สุดท้ายคือ “ปราสาทคิวชู” ร้านขายของฝากที่ไม่ได้มีแต่ของดีของนางาซากิ แต่ยังรวมทุกของดีของเด่นจากทั่วคิวชูมาให้เลือกซื้อกันที่นี่ที่เดียวเลย

 

กิจกรรมน้องใหม่แต่น่าเล่นน่าสนใจไม่แพ้กิจกรรมไหนๆ ก็คือ “เกมตกปลา” (Fishing Games) ซึ่งนี่ไม่ใช่เกมตกปลาทั่วไปที่เคยเห็นแต่เป็นเกมตกปลารูปแบบใหม่ที่มาครบทั้งแสงสีและเสียง พร้อมด้วยจอภาพขนาดยักษ์ 520 นิ้วที่ใหญ่ที่สุดในโลก แถมปลาในเกมก็มีถึง 60 กว่าชนิด ตั้งแต่ชนิดธรรมดาไปจนถึงสัตว์น้ำโบราณขนาดใหญ่ ทีนี้ก็ต้องแข่งกันแล้วว่าใครจะมีกำลังมากพอที่จะดึงปลาขึ้นมาได้ เกมนี้ร่วมเล่นแข่งกันได้มากถึง 24 คน และเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอย่างมาก

 

สนุกกับเกมมาทั้งวันแล้ว ช่วงค่ำยังมีไฮไลท์ของเฮ้าส์เทนบอชรออยู่ที่ “อาณาจักรแห่งแสงไฟ” (Kingdom of Light) การแสดงแสงสีอิลลูมิเนชั่นแบบใหม่ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาจากหลอดไฟกว่า 13 ล้านดวงที่จะสว่างไสวไปทั่วทุกพื้นที่ของเฮ้าส์เทนบอช หลังพระอาทิตย์ตกดินอาคาร ปราสาท ต้นไม้ดอกไม้ทั้งหลายจะถูกประดับด้วยแสงไฟ กลายเป็นอาณาจักรแห่งแสงสีท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นการเนรมิตปราสาทให้กลายเป็นน้ำตกสูงใหญ่ถึง 66 เมตร การแสดงนี้จะมีให้ชมทุกปีตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม

 

Sasebo ซาเซโบะ

ที่ซาเซโบะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของเฮ้าส์เทนบอช แล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดเลย สถานที่ที่เราจะนำชมถัดไปตั้งอยู่ห่างจากเฮ้าส์เทนบอชไปทางชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ที่นั่นเราได้พบกับอาณาจักรแห่งการท่องเที่ยวและพักผ่อนซึ่งมีชื่อว่า “คุจูคุชิมะ เพิร์ล ซี รีสอร์ท” (Kujukushima Pearl Sea Resort) ที่เป็นรีสอร์ทริมทะเลบรรยากาศดีและมีร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ แหล่งช้อปปิ้ง และท่าเรือให้นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมหมู่เกาะคุจูคุชิมะได้ด้วย

 

สำหรับหมู่เกาะคุจูคุชิมะนี้ถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติทางทะเลไซไค มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งธรรมชาติและเหล่าสัตว์น้ำ มีจำนวนหมู่เกาะมากถึง 208 เกาะซึ่งกระจัดกระจายเป็นแนวยาวกว่า 25 กิโลเมตร กิจกรรมล่องเรือชมหมู่เกาะเป็นหนึ่งในกิจกรรมชมธรรมชาติที่น่าสนใจของที่นี่ โดยเรือจะมีให้บริการ 2 ลำคือ “Pearl Queen” และ “Mirai” และครั้งนี้เราได้ลองล่องเรือ Pearl Queen  เรือสีขาวลำใหญ่ที่จะพาล่องชม 10 เกาะโดยรอบ กินเวลาประมาณ 50 นาที บรรยากาศและความสวยงามนั้นชวนให้ผ่อนคลาย แถมด้วยวิวทิวทัศน์งดงามที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปจากมุมไหนก็สวยไปเสียหมด

 

 

ล่องเรือชมเกาะกันแล้วก็ต้องแวะไปชมสัตว์น้ำแบบใกล้ชิดกันที่ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอูมิคิราระ” (Kujukushima Aquarium Umi Kirara) ที่ขึ้นชื่อมากในเรื่องแมงกะพรุน และยังเป็นทั้งศูนย์วิจัยศึกษาแมงกะพรุนทุกสายพันธุ์ที่อยู่รอบหมู่เกาะคุจูคุชิมะ มีโดมจัดแสดงแมงกะพรุนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และอีกหนึ่งไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์ก็คือการแสดงโชว์ของคู่หูโลมาสุดน่ารักที่มาแสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่ เรียกเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้ตลอดการแสดง แต่ก่อนจะชมการแสดงน่ารักๆ ของโลมาอย่างใกล้ชิดเราก็ต้องใช้ผ้าพลาสติกคลุมกันเปียกเสียก่อน แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ช่วงเวลาชมการแสดงดูน่าตื่นเต้นเข้าไปอีก

 

บริเวณชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์จะมีการจำลองให้มีบรรยากาศเหมือนใต้ท้องทะเลไซไค ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นและสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือแกะหอยมุกแล้วนำมุกมาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับน่ารักๆ ด้วยตัวเอง หรือจะเลือกไปให้อาหารปลาก็ได้ และต้องไม่พลาดซื้อของที่ระลึกน่ารักๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

 

Hirado ฮิราโดะ

ถัดขึ้นมาทางตอนเหนือของเมืองซาเซโบะจะเป็นเมืองฮิราโดะ (Hirado) อีกหนึ่งเมืองท่าท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนางาซากิซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้เมืองนี้มีการผสมผสานวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศทั้งตะวันตกและตะวันออก กลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของเมืองฮิราโดะ ในเมืองนี้เราไปเที่ยวชมกันที่ “พิพิธภัณฑ์ประวัติมัตสึระ” พิพิธภัณฑ์ที่ดัดแปลงมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลมัตสึระ มีอายุยาวนานกว่า 120 ปี ภายในจะมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณ แผนที่เมืองในยุคนั้น และชุดเกราะซามูไร

กิจกรรมที่อยากแนะนำสำหรับการมาเที่ยวที่นี่คือการสวมชุดกิโมโนเดินเล่นในบริเวณพิพิธภัณฑ์ โดยเราสามารถเลือกสีและรูปแบบของกิโมโนที่ชอบ พร้อมช่างทำผมบริการอีกด้วย แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ออกไปเดินเล่น ก่อนจะแวะไปนั่งพักทานขนมคัสโดสและชามัทชะที่เรือนชงชาคังอุนเท ด้วยบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์แบบญี่ปุ่นโบราณชวนให้ได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ อย่างประทับใจที่สุด สำหรับคนที่อยากลองสวมกิโมโนที่นี่จะคิดราคาเป็นคอร์สซึ่งมีทั้งแบบ 30 นาที 2,000 เยน หรือแบบ 1 ชั่วโมง 3,000 เยน

 

ถือเป็นโชคดีที่เรามาเที่ยวนางาซากิในช่วงนี้ ทำให้มีเมนูปลาฮาลิบัตมากมายให้ลองชิม “ปลาฮาลิบัต” (Halibut Fish) หรือ ปลาฮิราเมะเป็นปลาเนื้อแน่นสีขาว ถือเป็นของขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเมืองฮิราโดะ และในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปีที่เมืองฮิราโดะจะมีจัดงานเทศกาลปลาฮาลิบัต (Halibut Fish Festival) ร้านอาหารต่างๆ ก็จะมีเมนูพิเศษจากปลาฮาลิบัตมากมายให้ได้ลองชิม ทั้งเป็นชาบู ซาชิมิ หรือจะเป็นเมนูพิซซ่าก็ประยุกต์เข้ากันได้อย่างดีมากๆ

 

Gunkanjima Digital Museum พิพิธภัณฑ์ดิจิตอลกุนกังจิมะ

บอกแล้วว่าน่าสนใจไม่แพ้เมืองใหญ่สำหรับนางาซากิ พื้นที่ที่มีความหมายมากสำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวให้สนุกและพักผ่อนไปพร้อมกัน คนไทยส่วนใหญ่เมื่อเอ่ยถึงนางาซากิก็มักจะมองข้ามเพราะคิดว่าน่าจะเป็นเมืองที่เงียบสงบไร้สีสันจากการที่เคยถูกบอมบ์ไปเมื่อยุคสงครามโลกครั้งที่แล้ว ทั้งที่จริงๆ แล้วสถานที่ท่องเที่ยวในนางาซากิมีมากมายหลายรูปแบบจนเราสาธยายไม่หมด ทุกความสนุกสุขสันต์กำลังรอคุณผู้อ่านอยู่เสมอ พลาดแล้วจะเสียใจถ้าไม่ได้ไปที่นี่...นางาซากิ

 

26 กรกฎาคม 2016

ผู้ชม 3432 ครั้ง