เที่ยวสนุกที่ Arima Onsen

หมวดหมู่: REVIEW /รีวิว

 ผ่อนคลายสบายใจ เที่ยวสนุกที่ Arima Onsen ย่านออนเซ็นเก่าแก่แห่งโกเบ

ขอพาทุกคนไปสัมผัสกับวัฒนธรรมเก่าแก่อันดีงามของชาวญี่ปุ่นอย่างการแช่ออนเซ็นผ่อนคลายสบายผิวที่ Arima Onsen ย่านออนเซ็นบรรยากาศดีแห่งเมืองโกเบ พร้อมรายล้อมสถานที่ท่องเที่ยวเก๋ ๆ ที่ต้องลองไปเที่ยวดูสักครั้ง

การแช่ออนเซ็นคืออะไร

การอาบน้ำแร่หรือแช่ออนเซ็นเป็นวัฒนธรรมที่ชาวญี่ปุ่นปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบร่ำโบราณ โดยการแช่ออนเซ็นก็คือการลงแช่น้ำในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติด้วยร่างกายเปลือยเปล่าเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายให้ร่างกายและผิวหนัง ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งบ่อน้ำพุร้อน ภายในประเทศจึงมีบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่ง โดยน้ำร้อนในแต่ละบ่อก็จะมีสีและมีแร่ธาตุที่แตกต่างกัน

ความมหัศจรรย์ของการแช่ออนเซ็นจึงมีมากกว่าการช่วยผ่อนคลายร่างกายเพราะยังช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งและบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อีกด้วย

การแช่ออนเซ็นถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่หากได้มาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็ควรลองดูสักครั้งหนึ่ง เพราะถือว่าจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่น่าสนใจของชาวญี่ปุ่นนั่นเอง เราจึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับย่านออนเซ็นแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองโกเบอย่าง Arima Onsen (อะริมะออนเซ็น) ให้ทุกคนได้รู้จักกัน

Arima Onsen (อะริมะออนเซ็น) คือหนึ่งในย่านออนเซ็นเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 300-350 เมตร บริเวณด้านเหนือของภูเขา Rokko และมีโรงแรมสไตล์เรียวกังเปิดให้บริการกว่า 30 โรงแรม

ว่ากันว่า Arima Onsen ออนเซ็นแห่งนี้เป็นที่รู้จักครั้งแรกในปีค.ศ. 631 เนื่องจากจักรพรรดิ์องค์หนึ่งของญี่ปุ่นได้มาลงแช่ที่ออนเซ็นแห่งนี้จนชื่อเสียงของออนเซ็นเลื่องลือ และเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น

น้ำแร่ในบ่อออนเซ็นแห่งนี้มีคุณภาพดีและมีเอกลักษณ์ ติดอันดับ 1 ใน 3 ของออนเซ็นที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น เนื่องจากอุดมไปด้วยแร่ธาตุคุณภาพดึในน้ำแร่ถึง 7 ชนิดในบ่อเดียวซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้มีส่วนช่วยในการรักษาโรค

โดยที่มาของน้ำแร่ในบ่อออนเซ็นแห่งนี้นั้นมาจากน้ำทะเลที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินถึง 60 กิโลเมตร ซึ่งออนเซ็นที่มีน้ำแร่เป็นน้ำทะเลนั้นหายากมาก ต่างจากออนเซ็นแบบทั่วไปที่มักจะเป็นน้ำบาดาลกับน้ำฝนที่ได้รับความร้อนจากภูเขาไฟแล้วจึงกลายเป็นน้ำแร่ให้ได้แช่กัน

จุดเด่นที่ทำให้ Arima Onsen แตกต่างจากคือมีบ่อน้ำร้อนให้เลือกแช่ถึง 3 แบบด้วยกันคือ Kinsen ‘บ่อน้ำพุร้อนสีทอง’ 1 แบบ และ Ginsen ‘บ่อน้ำพุร้อนสีเงิน’ 2 แบบ ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันดังต่อไปนี้

  

Kinsen บ่อน้ำพุร้อนสีทอง

เป็นออนเซ็นที่มีลักษณะพิเศษโดดเด่นคือมีน้ำแร่เป็นสีทองออกน้ำตาลแดง ทำให้ถูกเรียกว่า Kin ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งน้ำแร่สีทองนี้มีแร่ธาตุเหล็กและเกลือผสมอยู่ โดยคุณสมบัติพิเศษของแร่ธาตุสองชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อ บรรเทาอาการไขข้ออักเสบบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการภูมิแพ้ ผื่นคัน และรักษารอยแผลเป็นหรือรอยน้ำ

ร้อนลวกได้

Ginsen บ่อน้ำพุร้อนสีเงิน

ในส่วนของบ่อน้ำพุร้อนสีเงินนั้นจะแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ผสมอยู่มาก และถูกเรียกอีกชื่อว่าน้ำแร่โซดา อันมีสรรพคุณช่วยบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ด้วยเช่นกันอย่างเช่น เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ รักษาอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และยังเป็นที่นิยมของสาว ๆ เนื่องจากน้ำแร่ในบ่อนี้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้อีกด้วย

ประเภทที่สองคือบ่อน้ำพุร้อนสีเงินที่มีเรเดียมอ่อน ๆ ผสมอยู่ ซึ่งเรเดียมอ่อน ๆ ที่ว่านี้จะช่วยในการกระตุ้นเซลล์ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย บรรเทาอากาศปวดเมื่อยและความเหนื่อยล้า นอกจากนี้เพียงแค่สูดดมไอของน้ำแร่ในบ่อนี้เข้าไปก็สามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวกับโรคหลอดลมได้

ดังนั้นใครที่อยากลองแช่ออนเซ็นดูสักครั้งแวะมาเที่ยวที่ย่านนี้รับรองไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากจะผ่อนคลายแล้วน้ำแร่ในบ่อออนเซ็นทั้งสองแบบยังบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ ให้เราได้

ออนเซ็นอีกหนึ่งรูปแบบที่อยากจะให้ทุกคนรู้จักกันก็คือ ออนเซ็นสำหรับแช่เท้า หรือที่เรียกว่า Ashi yu ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งออนเซ็นแบบนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราเป็นที่สุด เพราะหากเราเดินเที่ยวไปจนทั่วย่าน Arima Onsen แล้วเกิดเมื่อยล้าออนเซ็นสำหรับแช่เท้าแบบนี้แหละที่เราสามารถไปแช่เท้าผ่อนคลายให้ความเมื่อยที่เราสะสมมาจากการเดินทางตลอดทั้งวัน มานั่งแช่กันได้สบาย ๆ

แต่นอกจาก Arima Onsen จะเป็นแหล่งแช่ออนเซ็นเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยคุณภาพแล้วที่นี่ยังสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างให้เราได้สัมผัส ด้วยความที่ย่านนี้ค่อนข้างมีบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว เราจึงจะได้เดินชมบรรยากาศพื้นบ้านอันแสนสวยงามของย่านนี้

 

Arima Geigi (Geisha)

ทั้งยังมีโอกาสจะได้เห็นการแสดงของเหล่า Geigi หญิงสาวผู้มีอาชีพคอยให้ความบันเทิงแก่แขกในงานรื่นเริงในย่านนั้น โดยพวกเธอจะแต่งกายในชุดกิโมโน แต่งหน้าอย่างเป็นเอกลักษณ์ เกล้าผมขึ้นไปอย่างงดงามในสไตล์ญี่ปุ่น และสร้างความบันเทิงด้วยการเล่น Shamisen เครื่องดนตรีญี่ปุ่นสามสายประเภทดีด พร้อมร้องเพลงอันไพเราะให้ได้ฟังกันและร่ายรำตามจังหวะ หรืออาจเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มด้วย

 

Arima Toys and Automata Museum

หรือจะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของเล่นแห่งย่าน Arima Onsen ก็ย่อมได้ ภายในเขามีคอลเลกชั่นของเหล่าของเล่นมากมายให้เราได้เดินชม บางชิ้นก็ถูกคิดค้นขึ้นในสมัยเอโดะ บางชิ้นไม่ได้ผลิตในประเทศ ของเล่นในคอลเล็กชั่นนั้นมีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น ของเล่นไม้ ของเล่นย้อนยุคที่ผลิตจากดีบุก หรือของเล่นรถไฟรุ่นหายาก รวมกว่า 400 คอลเลคชั่น

ถือเป็นพื้นที่ที่ถูกใจเด็ก ๆ และเหล่าผู้ใหญ่หัวใจเด็กทั้งหลาย แถมยังสามารถไปเล่นของเล่นที่ทำจากไม้ในบริเวณชั้น 5 ได้อีกด้วย

Arima Toys

ที่อยู่ 797 Arima-cho, Kita-ku, Kobe Hyogo
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Arima Onsen จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 6 นาที
เวลาทำการ 9.30-18.00 น. (ต้องเข้าชมก่อน 17.30 น.) วันหยุดอาจไม่แน่นอน
ราคา ผู้ใหญ่ 800 เยน เด็ก 500 เยน ต่ำกว่า 3 ขวบฟรี
โทรศัพท์ 078-903-6971
Website Arima Toys

 

ตบท้ายด้วยร้านอาหารขึ้นชื่อสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ขอแนะนำให้แวะเวียนไปลองชิมกันดูอย่างร้าน Kutsurogiya ที่มีเมนูอาหารญี่ปุ่นแสนอร่อยที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่มาให้เสิร์ฟให้เราได้รับประทาน อย่างเช่น Kamameshi เมนูแนะนำ ร้านนี้ได้ลงใน Michelin Guide 2015 ด้วยนะจะบอกให้

Kutsurogiya

ที่อยู่ 839−2 Arimacho, Kita-ku, Kobe-shi, Hyogo-ken
วิธีเดินทาง สามารถเดินจาก Arima Onsen Tourism Association ได้ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
เวลาทำการ 11.00-20.00 น. หยุดวันอังคาร (หากวันอังคารตรงกับวันหยุดจะเปิดทำการ)
ราคา ช่วงเวลาอาหารกลางวัน 1,000-1,999 เยน/ช่วงเวลาอาหารเย็น 2,000-2,999 เยน
โทรศัพท์ 078-903-1550
Website Kutsurogiya

 

ก่อนกลับอย่าลืมซื้อของฝากอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้อย่าง ข้าวเกรียบผสมน้ำแร่โซดา ที่ทำออกมาบางเบาละลายในปาก เป็นของฝากที่ถ้ามาเที่ยวย่านนี้แล้วต้องไม่ลืมที่จะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

Arima Onsen

วิธีเดินทาง จากสถานี Sannomiya ให้นั่งรถไฟสาย Kobe Municipal Subway ลงที่สถานี Arima onsen
Website Arima Onsen

 

 

Arima Onsen คือย่านออนเซ็นบรรยากาศดีแห่งเมืองโกเบ ที่จะพาให้เราสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแช่ออนเซ็นและการกินอาหารญี่ปุ่นแสนอร่อย

KOBE Free WiFi

สะดวกใช้ง่าย ครอบคลุมทั่วถึง 3,000 จุดเชื่อมต่อสัญญาณ เที่ยวเพลินมีเน็ตใช้สูงสุดทริป 7 วัน อัพเดทโซเชียลและข้อมูลการท่องเที่ยวได้สบายๆ สิทธิพิเศษนี้มอบให้แด่นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน เพียงแค่โชว์พาสปอร์ตที่เคาน์เตอร์บริการนักท่องเที่ยวของเมืองโกเบ(Tourist infomation center) ซึ่งมีให้บริการอยู่ถึง 3 จุด แล้วก็รับรหัส WiFi Free ไปเลย จากนั้นก็นำมาล็อกอิน WiFi ที่ชื่อว่า ‘Wi2’ หรือ ‘Wi2 premium’ ผ่านสมาร์ทโฟนได้เลย

 

City Loop

เดินทางท่องเที่ยวในเมืองโกเบด้วย รถบัส City Loop ที่สามารถโดยสารไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตได้รอบเมืองทั้ง 17 จุดรับส่ง ในราคา ผู้ใหญ่เที่ยวละ 260 เยน (เด็กเที่ยวละ 130 เยน) ตลอดสาย แถมมีราคาเหมาจ่ายให้เที่ยวกันอย่างประหยัดในราคา ผู้ใหญ่ 660 เยน (เด็ก 330 เยน) นั่งได้ไม่จำกัดเที่ยวตลอด 1 วัน

BAY SHUTTLE

บริการรับ-ส่งในการเดินทางระหว่างสนามบินคันไซและสนามบินโกเบเพียง 30 นาที ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงกลางคืน ในราคา ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 3,000 เยน เด็ก (6-12 ปี) 1,500 เยน และ แบบเที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ 1,850 เยน เด็ก 930 เยน ซึ่งบริการทั้งหมดนี้มีพร้อมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวทุกท่านเสมอ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลท่องเที่ยว

 

 

 

 

10 กุมภาพันธ์ 2017

ผู้ชม 3093 ครั้ง