ดูบทความHokkaido-Sapporo “ฮอกไกโดจัง”

Hokkaido-Sapporo “ฮอกไกโดจัง”

หมวดหมู่: HIGHLIGHT /ไฮไลท์

Hokkaido Sapporo

“ฮอกไกโดจัง”

มีทริปปิดท้ายปลายฤดูหนาวสนุกๆ ในฮอกไกโดมาเล่าให้คุณผู้อ่านฟังเพราะ CheckTour Magazine ได้รับเชิญเข้าร่วมโปรเจกต์ดีๆ “ฮอกไกโดจัง” ของ 3 บริษัททัวร์พันธมิตรสายญี่ปุ่นอย่าง SKT Holiday, P&K Travel Design และ จิตรวิไลย อินเตอร์ทัวร์ ที่เนรมิตโปรแกรมเฉียบๆ เที่ยวโอตารุ ซัปโปโร และแน่นอนกว่านั้นคือเราจะไปลุยกิจกรรมในสกีรีสอร์ทของ “คลับเมด” (Club Med) ทั้งสองแห่งในฮอกไกโดกันด้วย สรุปแล้วทริปนี้จะเป็นการโบกมืออำลาฤดูหนาว 2017 ของฮอกไกโดอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

 

Club Med Tomamu Hokkaido

อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ทริปนี้เราจะเที่ยวสกีรีสอร์ทของคลับเมดทั้งสองแห่งในฮอกไกโด จากทั้งหมดที่มี 3 แห่งในญี่ปุ่นซึ่งอีกหนึ่งนั้นอยู่ที่โอกินาว่า สำหรับในฮอกไกโดเรามากันที่ “คลับเมดโทมามุ” (Club Med Tomamu Hokkaido) เป็นแห่งแรก ตามสไตล์คลับเมดแล้ว ความเป็นรีสอร์ทแบบ “All Inclusive” ทำให้ง่ายและสะดวกสำหรับลูกค้ามากเพราะทุกกิจกรรม ทุกมื้ออาหารทั้งสไตล์ญี่ปุ่นและนานาชาติจะเป็นไปในรูปแบบของการจ่ายครั้งเดียวรวมทุกอย่าง ไม่ต้องจุกจิกจ่ายเล็กจ่ายน้อยในแต่ละกิจกรรมที่เข้าร่วม ใครเคยใช้บริการคลับเมดมาแล้วจะทราบดีว่าความสะดวกสบายและคุ้มค่าที่คลับเมดมีให้ลูกค้านั้นมากมายแค่ไหน

สำหรับคลับเมดโทมามุเพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อปี 2017 นี่เอง ถือเป็นสกีรีสอร์ทเครือคลับเมดที่ใหม่และใหญ่ที่สุดของเอเชียขณะที่ทั่วโลกนั้นมีคลับเมดอยู่เกือบ 80 แห่งในเกือบ 40 ประเทศ คลับเมดโทมามุเน้นรูปแบบพรีเมี่ยมหรูหรายิ่งกว่าที่เคยมี โดดเด่นที่สุดสำหรับช่วงฤดูหนาวที่จะมีกิจกรรมบนลานสกีสำหรับนักสกีทุกสกิลการเล่น ตั้งแต่เล่นไม่เป็นเลยจนถึงขั้นเชี่ยวชาญในระดับที่สามารถสไลด์ตัวเองลงมาจากเนินเขาสูงได้แบบเท่ๆ มีกระเช้าและสกีลิฟต์ช่วยทุ่นแรงพานักสกีขึ้นเขาไปสู่จุดเริ่มต้นได้ด้วย


คลับเมดไม่ทิ้งรูปแบบเฉพาะตัวที่สร้างเอกลักษณ์ให้ตัวเอง นั่นคือการเป็นอาณาจักรแห่งกิจกรรมโดยเน้นที่กิจกรรมของครอบครัว จึงมีพื้นที่ความสนุกสำหรับคนทุกวัย เด็กๆ สามารถร่วมกิจกรรมที่เหมาะกับวัยตั้งแต่ 4-7 ขวบได้โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ยังได้มาตรฐานระดับโลก รวมไปถึงห้องพักที่สะดวกสบาย มีให้เลือกหลายรูปแบบ มีออนเซนและสระว่ายน้ำที่เป็นเหมือนทะเลจำลองสามารถปรับอุณหภูมิน้ำให้พอเหมาะได้ตลอดทั้งปี คลับเมดคงความเป็นสวรรค์บนดินได้เสมอไม่ว่าจะตั้งอยู่ในประเทศใดหรือภูมิภาคใดทั่วโลก

 

 

Club Med Sahoro Hokkaido

แม้คลับเมดโทมามุจะสร้างขึ้นทีหลัง แต่ “คลับเมดซาโฮโร” (Club Med Sahoro Hokkaido) ที่สร้างขึ้นก่อนก็ไม่ได้เก่าหรือหมดความนิยมไป ตรงกันข้ามทุกวันนี้คลับเมดซาโฮโรยังคึกคักตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะพร้อมรับนักสกีตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเมษายนซึ่งถือเป็นช่วงที่มีปริมาณหิมะเหมาะที่สุดสำหรับการรองรับกิจกรรมแห่งฤดูหนาวทุกประเภท


สำหรับผู้ที่อยากทดลองเล่นสกีแต่ยังกล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่เคยได้สัมผัสกิจกรรมนี้มาก่อนต้องบอกว่ามุมหนึ่งของคลับเมดซาโฮโรเหมือนเป็นโรงเรียนสอนสกีที่สามารถรับนักเรียนได้เต็มอัตราเพราะมีครูผู้สอนประมาณ 70 คนที่สามารถใช้ภาษาในการสอนได้หลากหลายสำหรับลูกค้าทุกสัญชาติในสัดส่วนครู 1 คนต่อนักเรียนประมาณ 7-10 คน อุปกรณ์ได้มาตรฐานมีพร้อมทุกชิ้นชนิดที่ลูกค้ามาเที่ยวแบบไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลยก็ยังได้


คลับเมดซาโฮโรมีกระเช้านำนักสกีขึ้นสู่ยอดเขาสูงประมาณ 1,300 เมตรเพื่อเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด ฉะนั้นระหว่างเส้นทาง 2 กิโลเมตรที่ใช้เวลาประมาณเกือบ 15 นาทีเราก็จะได้ชมบรรยากาศสวยๆ ในมุมสูงไปด้วย แต่ว่ากันจริงๆ แล้วถ้าไม่ได้เน้นเล่นสกี หรือเล่นสกีจนหนาวจนเหนื่อยแล้วก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศเข้าที่ร่มไปชมการแสดงต่างๆ ที่จัดเต็มทั้งแสงสีเสียงที่จะชวนผู้ชมขึ้นไปร่วมสนุกกันบนเวทีด้วยก็ได้ สนุกสนานและประทับใจเกินคุ้ม

 

ย้ำว่าคลับเมดฮอกไกโดไม่ว่าจะเป็นในโทมามุและซาโฮโรก็จะมีที่พักสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นให้บริการ ได้บรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นแท้ในห้องพักที่ปูพื้นด้วยเสื่อทาตามิ ออนเซน อาหารพื้นเมืองญี่ปุ่น จัดครบจัดเต็ม เหมาะมากสำหรับคนไทยที่สนใจอยากหัดเล่นสกีโดยไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป เพราะใกล้แค่ญี่ปุ่นนี่เอง

 

 

Otaru

จากคลับเมดเราเข้ามาที่ “โอตารุ” (Otaru) เมืองที่เป็นทั้งแหล่งเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ ดินแดนแห่งพิพิธภัณฑ์ และอาณาจักรแห่งอาหารทะเลสดที่ราคาถูกแสนถูก โอตารุเป็นเมืองท่าเล็กๆ เก่าแก่ที่มีบทบาทในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จากการเป็นเมืองริมทะเลญี่ปุ่นซึ่งมีจุดเทียบท่าเรือสินค้าสำหรับการค้าขายแลกเปลี่ยนกับชนชาติอื่น และเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้าขายจึงมีการขุดคลองสายเล็กแยกจากทะเลทอดเข้ามาผ่านตัวเมืองเพื่อใช้เป็นทางลำเลียงสินค้าด้วยเรือเล็กจนได้กลายเป็น “คลองโอตารุ” (Otaru Canal) ชื่อดังที่ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง


ที่ตั้งขนานอยู่กับแนวคลองโอตารุเป็นโกดังเก่าที่เคยใช้เก็บสินค้าซึ่งยังถูกอนุรักษ์ไว้ แต่ก็มีบางส่วนดัดแปลงไปเป็นร้านอาหารและร้านสินค้าที่ระลึกบ้าง แต่โดยรวมแล้วพื้นที่เลียบคลองไปจนถึงในย่านใจกลางเมืองก็ยังสวยงามเพราะได้รับการอนุรักษ์อย่างดีเพราะรู้ถึงคุณค่าแห่งอดีต และหนึ่งในจุดเด่นของโอตารุคือการเป็นเมืองริมทะเลที่มีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์มาก ใครเป็นสาวกปูทาราบะไซส์ยักษ์แนะนำให้มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน


ถ้าได้เดินเที่ยวในตัวเมืองโอตารุอยากให้คุณผู้อ่านแวะชิมขนมอร่อยที่ร้าน “เลอ เตา” (Le Tao) ร้านขนมชื่อดังสไตล์ฝรั่งเศสที่เน้นการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงโดยเฉพาะนมวัวซึ่งมีผลอย่างมากให้ขนมร้านนี้อร่อยและขายดีจนแทบผลิตไม่ทันทั้งสองสาขาในโอตารุ ส่วนในพื้นที่โกดังเก่าบางแห่งแม้จะถูกแปลงสภาพเป็นร้านค้าไปแล้วแต่ยังสังเกตเห็นร่องรอยของรางรถไฟเก่าที่เคยใช้เป็นเส้นทางเดินรถในโอตารุมาแล้ว แต่หลังจากถูกยกเลิกการใช้งานไปแล้วรางรถไฟก็ยังเหลืออยู่ให้คนรุ่นหลังรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างพวกเราได้ชมกันเพราะถือเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมือง

 

Shiroi Koibito Park

โปรแกรมท้ายทริปเราเข้าสู่ “ซัปโปโร” (Sapporo) เพื่ออัพเดทบรรยากาศเมืองหลวงของฮอกโดกันอีกสักรอบ แน่นอนว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมคือจำนวนนักท่องเที่ยวในซัปโปโรที่พลุกพล่านซึ่งในจำนวนนั้นคนไทยเราก็มีไม่น้อย เดินไปเดินมาเจอคนไทยด้วยกันก็บ่อย แต่ครั้งนี้เข้าซัปโปโรเพราะจะแวะซื้อช็อกโกแลตกลับบ้านเป็นของฝากที่ “โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ” (Shiroi Koibito Park) แหล่งผลิตช็อกโกแลตชื่อดังของบริษัทอิชิยะ (Ishiya) ที่มีคุกกี้ “Shiroi Koibio” เป็นสินค้าขึ้นชื่อยอดนิยมของร้านและของฮอกไกโดซึ่งขายดีและนักท่องเที่ยวไม่เคยพลาดที่จะซื้อคุกกี้เนยไส้ไวท์ช็อกโกแลตที่มีเนื้อคุกกี้กรอบๆ ผสานกับไวท์ช็อกโกแลตนุ่มๆ ชุ่มนมฮอกไกโดชนิดนี้ไปฝากเพื่อนฝูงคนรักกันเสมอ


โรงงานช็อคโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะมีขนมหลายชนิดให้ลองชิมทั้งที่ทำจากแบล็คช็อกโกแลตและไวท์ช็อกโกแลต ที่พิเศษกว่าที่ไหนๆ ก็คือโรงงานช็อกโกแลตแห่งนี้เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชมขั้นตอนการผลิตขนมไปจนถึงสามารถลงมือทดลองทำขนมได้ และยังมีพื้นที่เหมาะๆ สำหรับการนั่งจิบชาแกล้มคุกกี้ในช่วงบ่ายของทุกวันอีกด้วย

 

 

เที่ยวชมซัปโปโร

ฮอกไกโดเป็นภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่แต่มีจำนวนประชากรน้อยกว่าภูมิภาคอื่นๆ มาก ทั่วฮอกไกโดมีประชากรประมาณ 6,000,000 คน โดย 2,000,000-3,000,000 คนอาศัยอยู่ในซัปโปโรนี่เอง มีย่านใจกลางเมืองที่เป็นศูนย์รวมสถานที่สำคัญ แลนด์มาร์กเก๋ๆ หลายแห่งในซัปโปโรเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวนิยมชวนกันมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และเราได้พบกับ “ศาลเจ้าฮอกไกโด” (Hokkaido Shrine) ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่ได้รับความเคารพนับถือจากชาวเมืองมาก ที่ศาลเจ้าฮอกไกโดเป็นศาลเจ้าในนิกายชินโตที่สร้างขึ้นช่วงปี 1871 ซึ่งถือเป็นยุคแรกแห่งจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเกาะฮอกไกโด สร้างศาลเจ้าขึ้นแล้วก็ทำการอัญเชิญเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์เข้ามาประทับให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวซัปโปโรนับแต่นั้น


ส่วนแหล่งอาหารทะเลสดในซัปโปโรก็ไม่มีที่ไหนเกินหน้าเกินตา “ตลาดปลานิโจ” (Nijo Fish Market) จุดนัดพบของคนรักอาหารทะเลที่นอกจากจะมีอาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่นทุกชนิดแล้วยังเป็นแหล่งอาหารคุณภาพดีที่มีราคาถูกภายใต้บรรยากาศของความเป็นตลาดที่มีเสียงร้องเรียกลูกค้าของพ่อค้าแม่ค้าลอยมาให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ หลายร้านค้าเปิดขายมาหลายสิบปีและยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าประจำ ส่วนอายุของตลาดก็เลยหลักร้อยปีไปแล้วจากจุดเริ่มต้นที่เคยมีแค่เพียงแผงขายปลาริมถนนในพื้นที่บริเวณนี้เท่านั้น


การเดินเที่ยวในซัปโปโรทำให้เราสัมผัสได้ถึงผังเมืองที่ดูคล้ายกับในมหานครนิวยอร์กเพราะมีผังเมืองแบบตารางหมากรุก อาคารต่างๆ ออกแบบสร้างเป็นบล็อกเรียงอยู่ตามถนนที่ตัดตรงและคั่นด้วยสี่แยกไฟแดงแบบไม่มีวงเวียนหรือถนนเส้นใดวกไปวนมาพาให้เดินงง นี่คือมรดกตกทอดจากยุคที่ญี่ปุ่นจำต้องเปิดประเทศจากการกดดันของสหรัฐอเมริกา แต่ก็เป็นยุคแห่งการฟื้นฟูเมจิ (Meiji Restoration) ที่ญี่ปุ่นหันมาเร่งพัฒนาประเทศให้เจริญเทียบเท่าชาติตะวันตก เมืองเกิดใหม่อย่างซัปโปโรในสมัยนั้นจึงได้รับอิทธิพลจากตะวันตกไปแบบเต็มๆ

กลายเป็นทริปสุดพิเศษอีกครั้งภายใต้การดูแลโดยสามพันธมิตร SKT Holiday, P&K Travel Design และจิตรวิไลย อินเตอร์ทัวร์ที่อยากเสนอให้เป็นตัวเลือกสู่การท่องเที่ยวฮอกไกโดของผู้อ่านในฤดูหนาวปีนี้กับทัวร์คุณภาพดี ราคาเอื้อมถึง และสนุกสุดเหวี่ยงคุ้มค่ากับการเที่ยวสนุกตลอดการเดินทางในอีกหนึ่งเมืองสำคัญของญี่ปุ่นที่จะเย็นเฉียบด้วยหิมะยาวนานถึง 6 เดือนต่อปีแห่งนี้

 

31 พฤษภาคม 2561

ผู้ชม 339 ครั้ง