ดูบทความนั่งรถไฟเที่ยวคิวชู Kyushu Joyful Train

นั่งรถไฟเที่ยวคิวชู Kyushu Joyful Train

หมวดหมู่: HIGHLIGHT /ไฮไลท์

นั่งรถไฟเที่ยวคิวชู
Kyushu Joyful Train
เรื่องและภาพโดย : อดิศักดิ์ จันทร์ดวง

 

 


คิวชูเกาะใหญ่อับดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่นรองจากเกาะฮอนชู และฮอกไกโด ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลญี่ปุ่นและทะเลจีนใต้ เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่น่าเที่ยว ด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งทางวัฒนธรรม วัดวาอาราม ศาลเจ้า ปราสาท ไปจนถึงที่เที่ยวสมัยใหม่ แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ สวนสนุก ออนเซ็น อาหารการกิน ขนมเลิศรส ที่พักราคาไม่แพง ตลอดจนการเดินทางที่แสนสะดวกสบาย ด้วยเครือข่ายรถไฟ JR Kyushu ที่ครอบคลุมไปทั่วเกาะ ไม่ว่าจะไปเที่ยวเมืองไหนก็สะดวกรวดเร็ว อีกทั้งภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยในการเดินทางได้ตลอดทั้งปี

 

 

 

Say Hi JAPAN ฉบับนี้จึงขอพาคุณๆ ไปนั่งรถไฟเที่ยวเกาะคิวชู ไม่ใช่ชินคันเซ็นอันแสนรวดเร็ว แต่จะเป็น Joyful Train หรือรถไฟชมวิวทิวทัศน์ที่จะพาลัดเลาะมุ่งหน้าสู่เมืองท่องเที่ยวหรือหมู่บ้านชนบทที่ซ่อนตัวอยู่ตามหุบเขาลำเนาไพรบนเกาะคิวชู

JR Kyushu มีรถไฟหลากหลายรูปแบบวิ่งให้บริการ หลายขบวนในหลายสายทาง ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ ภายในโบกี้ดูหรูหรา ที่นั่งกว้างขวาง พร้อมอัธยาศัยไมตรีของพนักงานต้อนรับที่ดูแลเอาใจใส่ผู้โดยสารทุกคนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟที่วิ่งในเส้นทางปกติ หรือรถไฟเก่าที่นำมาดัดแปลงตกแต่งเพิ่มเติม เป็นรถไฟสายชมวิวก็ตาม

ในความรู้สึกของผมที่ได้นั่งรถไฟมาเกือบทั่วญี่ปุ่น เห็นว่ารถไฟคิวชูนี่แหละที่สวยโดดเด่นน่านั่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก อย่างคิวชูชินคันเซ็นที่มีหน้าตาแตกต่างจากรถไฟภูมิภาคอื่น รวมทั้งการตกแต่งภายใน เบาะนั่งที่ไม่เหมือนใคร นอกจากรถไฟชินคันเซ็นแล้ว ยังมีรถไฟด่วนขบวนอื่นๆ ที่นำมาวิ่งไม่ซ้ำหน้าตากัน ในเรื่องความเร็วก็ไม่เป็นรองใคร ใส่ความทันสมัยและดีไซน์เข้าไปให้เป็นเอกลักษณ์

รถไฟชมวิว Joyful Train นั้นมีอยู่มากขบวนหลายเส้นทางโดยการนำรถไฟเก่า มาดัดแปลงแต่งโฉมใหม่ด้วยธีมเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับเมืองปลายทางที่รถไฟนั้นวิ่งไปถึง โดยได้ยอดดีไซเนอร์ เออิจิ มิโทโอโกะ (Eiji Mitooka) ผู้มีรางวัลด้านการออกแบบมานับไม่ถ้วน มาออกแบบการตกแต่งรถไฟให้ บางครั้งชีวิตก็ต้องการอะไรที่เนิบช้าบ้าง รถไฟขบวนไหน เส้นทางไหนน่าสนใจบ้างเราไปดูกัน

 


 

 

 Yufuin-no-Mori  
เส้นทาง : JR Hakata-Yufuin-Oita-Beppu



Yufuin-no-Mori ขบวนนี้มีชื่อเสียงมาก ต้องขอบอกว่าฮิตมากๆ ใครที่ไปเที่ยวคิวชู ล้วนหาโอกาสนั่งทั้งนั้น ขอแนะนำให้สำรองที่นั่งทันทีเมื่อไปถึงคิวชู เพื่อจะได้ตำแหน่งที่นั่งดีๆ ชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างเพลิดเพลินตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงเศษที่รถไฟวิ่งไป หรือไม่ก็เลือกสำรองที่นั่งบนเส้นทางในบางช่วงก็ได้ เช่น จาก Oita ถึง Yufuin

Yufuin-no-Mori แปลว่า ป่าแห่งยูฟุอิน เป็นรถไฟขบวนเก่าแก่รุ่น KiHa71 และ KiHa72 นำมาแปลงโฉมทั้งภายในภายนอกให้เป็นรถไฟสายชมวิวที่น่านั่ง มีเสน่ห์ให้บรรยากาศการเดินทางย้อนยุค

ตัวรถภายนอกใช้สีเขียวมะกอก (Olive Green) คาดด้วยแถบสีทอง หัวท้ายขบวนโค้งบน มีพนักงานให้บริการดูแลเอาใจใส่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ตกแต่งในสไตล์ยุโรปคลาสสิก

ภายในยกพื้นสูง ช่วยให้เห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ดีขึ้น พร้อมกระจกขนาดใหญ่ที่เอียง 10 องศา เบาะนั่งสีเขียวมะกอกเช่นกัน ที่วางสัมภาระเหนือศีรษะสีทอง โคมไฟกลมคลาสสิก ห้องน้ำทำใหม่ทันสมัยมาก ที่วางของหน้าที่นั่งทำด้วยไม้พับเก็บได้ ระหว่างโบกี้มีพื้นที่ส่วนกลาง ใส่ที่นั่งหันหน้าออกด้านข้าง เพื่อการชมวิวทิวทัศน์ที่เต็มตา กลางขบวนมีร้านขายของฝากของที่ระลึก อาหารของขบเคี้ยว ไอศกรีมและเครื่องดื่ม

ระหว่างเดินทางมีพนักงานนำป้ายภาพรถไฟพร้อมบริการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก รถไฟมีทั้งหมด 4 โบกี้ มีที่นั่งประมาณ 200 ที่นั่ง

รถไฟขบวนนี้วิ่งให้บริการวันละ 6 เที่ยว (ไป 3 เที่ยว กลับ 3 เที่ยว) ระหว่างสถานี Hakata-Yufuin-Oita มีบางเที่ยวเท่านั้นที่วิ่งถึง Beppu


หมายเหตุ : หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่บนเกาะคิวชูเมื่อปี 2016 เส้นทางบางช่วงได้รับความเสียหาย จึงมีการปรับเส้นทางใหม่ชั่วคราว เป็น Hakata-Kokura-Beppu-Oita-Yufuin


สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ Yufuin no Mori

 


 

 

  Yufuin 
เมืองเล็กน่ารักแห่งโออิตะ



ยุฟุอิน เมืองเล็กน่ารักแห่งนี้ มีชื่อเสียงเรื่องสปาหรือออนเซ็นเช่นกัน แม้ไม่ได้พักที่นี่ ก็มาเดินเล่นเดินเที่ยวได้อย่างแสนเพลิน เป็นที่นิยมมากๆ ทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ตัวเมืองอากาศบรรยากาศดี มีภูเขา Yufu-Dake เป็นฉากหลัง มีแม่น้ำสายเล็กๆ ใหลผ่าน สิ่งที่ดึงดูดผู้คนมาที่นี่ นอกจากออนเซ็นชั้นดีที่กระจายอยู่ทั่วเมืองแล้ว ก็คือ ถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านค้าน่ารัก ของฝากน่าซื้อ ทอดตัวยาวจากใจกลางเมืองไปสู่ทะเลสาบริมเชิงเขา

 

 


 

 

 Yufuin Main Walking Street 
ถนนช้อปปิ้ง



ถนนช้อปปิ้งเส้นนี้เบี่ยงขวาออกมาจากถนนสายหลักที่ทอดยาวมาจากสถานีรถไฟ เป็นถนนคนเดินที่มีชื่อว่า Yonotsubo kaidou ยาวประมาณ 700-800 เมตร แต่รับรองว่าเดินได้ไม่เบื่อ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงขายสินค้าหลากประเภท ตกแต่งได้อย่างน่ารัก ขายของน่ารักน่าซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น กิ๊ฟช้อป สินค้าแฮนด์เมด ขนม ไอศกรีม ร้านกาแฟ ร้านอาหาร สลับอยู่กับบ้านเรือน บางแห่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เก็บค่าเข้าชมเล็กน้อย

 

 


 

 

 Yufuin Floral Village 



อยู่เกือบช่วงปลายถนนช้อปปิ้ง เป็นหมู่บ้านจำลอง สไตล์เมืองเทพนิยายยุโรป บ้านเล็กๆ แต่ละหลังตกแต่งน่ารักน่าชัง ขายสินค้าหลากหลาย เช่น ของเล่น งานประดิษฐ์ ตุ๊กตา ของสะสม มีร้านไอศกรีม ร้านกาแฟ ร้านอาหารอยู่ด้วย เป็นที่นิยมเพราะถ่ายรูปได้สวย อยู่ใกล้จุดจอดรถบัสกรู๊ปทัวร์ จึงดูคึกคักจอแจเป็นพิเศษ

 

 


 

 

  Beppu 
เบปปุ



เบปปุ เมื่องน่าเที่ยวอีกแห่งของจังหวัดโออิตะ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อน (Onsen) ดีติดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับยุฟุอิน แต่ที่แตกต่างจากเมืองออนเซ็นอื่นๆ คือ ที่นี่มีบ่อน้ำพุรูปแบบต่างๆ ที่อุณหภูมิสูงเกินกว่าจะลงแช่อาบได้กระจายอยู่ในเมือง 7 บ่อ เช่น บ่อโคลนเดือด บ่อสีเลือด บ่อทะเลเดือด บ่อหุบเขานรก ให้เราได้ได้ตามล่าชมให้ครบในชื่อ ทัวร์บ่อน้ำพุนรก (Beppu Jigoku Meguri Hell Tour) ซื้อตั๋วเข้าชมและบัตรโดยสารแบบเหมาจ่ายได้ที่ Foreigner Tourist Counter ในสถานีรถไฟเบปปุ


สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ Beppu Jigoku Meguri Hell Tour

 

 


 

 

 ASO BOY 
เส้นทาง : Kumamoto-Aso-Miyaji



เป็นอีกขบวนที่น่านั่ง มีทั้งหมด 4 โบกี้ โดยมีเจ้าตุ๊กตาสุนัขสีดำนาม “คุโระ” (Kuro) เป็นมาสคอตประจำขบวน แต่ละโบกี้มีที่นั่งและเฟอร์นิเจอร์แตกต่างกันไป มีทั้งโซนสำหรับครอบครัว มีสระลูกบอลไม้ให้เด็กๆ ได้สนุก ห้องอ่านหนังสือ เบาะนั่งคุโระจังสีขาว หัว-ท้ายขบวนมีที่นั่งแบบ Panoramic view เป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่

รถไฟขบวนนี้ได้รับรางวัล Kid Design Award เมื่อปี 2011 ด้วย ที่นั่งที่จองไว้นั้น รับรองไม่ได้นั่งหรอกครับ เพราะตลอดการเดินทางก็มีแต่คนเดินสำรวจบนรถไฟไปทั่ว ไล่ถ่ายรูปตั้งแต่หัวยันท้ายขบวน บางสถานีมีจอดให้ลงไปถ่ายรูปด้วย เป็นที่สนุกสนานมาก

ของที่ระลึกที่มีให้ฟรีของรถไฟชมวิวทุกขบวนบนเกาะคิวชู ก็คือโปสการ์ด ที่เขาออกแบบให้ประทับตราประจำรถไฟไว้ด้วย รวมทั้งการถ่ายภาพกับป้ายประจำขบวน ซึ่งจะมีพนักงานเดินให้บริการ


หมายเหตุ : ASO BOY เปลี่ยนเส้นทางวิ่งชั่วคราวเนื่องจากรางเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวปี 2016 เป็น Oita-Miyaji-Aso

 

 


 

 

 Kumamoto 



คุมาโมโตะ มีชื่อเดิมว่าจังหวัดฮิโกะ (Higo) เพิ่งเปลี่ยนชื่อเป็นคุมาโมโตะในสมัยเมจิ ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งปราสาทใหญ่ ซึ่งก็คือ ปราสาทคุมาโมโตะ อันเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมมากที่สุด อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2016 ปราสาทแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างมาก จนถึงปัจจุบันยังบูรณะไม่แล้วเสร็จ เข้าชมได้เฉพาะบริเวณรอบๆ ปราสาทเท่านั้น แต่คุมาโมโตะยังมี “คุมามง” ตุ๊กตาหมีสีดำทัดดอกไม้คอยต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะเห็นคุมามงปรากฏอยู่เสมอ โดยเฉพาะขนมของฝากของที่ระลึกที่มักใช้ภาพคุมามงเป็นสัญลักษณ์อยู่บนสินค้า

ส่วนอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟอาโสะ (Aso-Kuju National Park) ก็ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนี้ มีปากปล่องภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทใหญ่ที่สุดในโลก จะปะทุอยู่เรื่อยๆ ทุก 2-3 ปี แต่ไม่รุนแรงมากนัก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าไปเยือน เพื่อชื่นชมธรรมชาติรอบๆ ภูเขาไฟที่มีทั้งป่าเขา ทุ่งหญ้ากว้างและทิวทัศน์แปลกตา


สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ Kumamoto

 

 


 

 

 Ibusuki no Tamatebako 
เส้นทาง : Kagoshima chuo - Ibusuki



รถไฟขบวนนี้มีชื่อและธีมการตกแต่งมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง “กล่องของขวัญธิดาทะเล” สัญลักษณ์ของรถขบวนนี้จึงเป็น กล่องของขวัญสีดำชื่อ Ibutama เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชาวประมงนามว่า Urashima Taro กับเจ้าหญิงแห่งท้องทะเล Otohime ซึ่งมีจุดกำเนิดเรื่องที่แหลมซัตสึมะ ทางใต้สุดของเกาะคิวชูแห่งนี้

ขบวนรถสะดุดตาด้วยสีทูโทนขาว-ดำ แต่ภายในดูสว่างสดใสมีสีสัน มีที่นั่งหันหน้าออกสู่ทะเล ให้ชมทิวทัศน์อ่าวคาโงะชิมาได้อย่างเพลิดเพลิน รวมทั้งที่นั่งแบบโซฟาพร้อมและชั้นหนังสือให้หยิบมาเปิดอ่านได้

รถไฟขบวนนี้ ผู้ใช้ตั๋ว JR Pass และ JR Kyushu Rail Pass จำเป็นต้องสำรองที่นั่งก่อนขึ้นใช้บริการ ขอแนะนำให้จองเสียแต่เนิ่นๆ เมื่อไปถึงคิวชู เพราะเป็นอีกขบวนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว วิ่งไปกลับขาละ 3 เที่ยวเท่านั้น


สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ Ibusuki no Tamatebako

 

 


 

 

 

 IBUSUKI 



Ibusuki เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการอบทรายร้อน (Sand Bath) หากต้องการลองเป็นประสบการณ์สักครั้งขอแนะนำไปที่ Saraku Sand Bath Hall ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลห่างจากสถานี Ibusuki ลงไปทางใต้ราว 2 กิโลเมตร จะเดิน นั่งรถบัสหรือแท็กซี่ก็ได้ ที่นี่มีบริการอบทรายร้อนกลางแจ้งริมทะเล โดยใช้เวลาครั้งละ 30 นาที

ส่วน Kagoshima นั้นถือว่าเป็นเมืองใหญ่ทางใต้สุดของเกาะคิวชู เดิมชื่อ “ซัตสึมะ” (Satsuma) เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม วัฒนธรรม และคมนาคมของคิวชูตอนใต้ เส้นทางรถไฟชินคันเซ็นก็วิ่งมาสุดสายที่นี่ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองของญี่ปุ่นช่วงปฏิรูปเมจิ ปัจจุบันมีสถานที่เที่ยวชมหลายแห่ง รวมทั้งเกาะซากุระจิมะ (Sakurajima) เกาะภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปแค่ 4 กิโลเมตร บางวันมีควันลอยออกมาจากปล่องภูเขาไฟให้เห็นอยู่บ่อยๆ เป็นภาพที่ชาวเมืองเห็นจนชินตา แต่นักท่องเที่ยวอย่างเราคงตื่นเต้นไม่น้อยคอยลุ้นว่าจะปะทุหรือไม่

 

 


 

 


ถ้ามีเวลาขอแนะนำให้ตามนั่งขบวนที่เหลือ ซึ่งมีการตกแต่งและทิวทัศน์ระหว่างทางแตกต่างกันไป คือ

 Hayato no Kaze เส้นทาง Kagoshima Chuo-Yoshimatsu 




สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ

 

 

 Isaburo/Shinpei เส้นทาง Yoshimatsu-Hitoyoshi 



สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ

 

 

 SL-Hitoyoshi รถไฟหัวรถจักรไอน้ำโบราณวิ่งระหว่าง 
 Hitoyoshi-Yatsushiro-Kumamoto 




สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ

 

 

 Kawasemi Yamasemi 
 รถไฟชมวิวขบวนล่าสุดวิ่งระหว่าง Kumamoto-Hitoyoshi 



สแกน QR Code เพื่อรับชมวิดีโอ

 

 

 A-Train เส้นทาง Kumamoto-Misumi 

 

หมายเหตุ : รถไฟชมทิวทัศน์เหล่านี้ วิ่งให้บริการทุกวันในช่วงฤดูซากุระ (ปลายมีนาคม-กลางเมษายน) และฤดูใบไม้แดง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ช่วงอื่นๆ วิ่งเฉพาะ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น ตรวจสอบตารางเวลาที่แน่นอนได้ที่ www.jrkyushu.co.jp

ตั๋วโดยสาร JR Pass และ JR Kyushu Rail Pass ใช้บริการรถไฟที่กล่าวมาได้ฟรี บางขบวนจำเป็นต้องสำรองที่นั่งก่อนใช้บริการ

 

Special Thanks



คู่มือนำเที่ยว “Trip to ใครๆก็ไปเที่ยว” สำนักพิมพ์ฟอร์เวิร์ด

www.forward-books.com

30 สิงหาคม 2561

ผู้ชม 119 ครั้ง